(เรื่องสั้น) เปิดใจ -ให้ สิ่งทดแทน

ให้โอกาส สิ่งทดแทน ได้ทำหน้าที่
ให้โอกาส... สิ่งนั้นได้เข้ามาเติมเต็มพื้นที่ช่องโหว่-ของสิ่งที่เคยมีอยู่-ของสิ่งที่คุ้นเคย
ที่ตอนนี้ได้หายไป...

ทำใจลำบาก เหมือนกำลังเก็บกวาดของที่ไม่แน่ใจว่าจะไม่ต้องการมันอีก จริงหรือ? เหมือนไม่แน่ใจว่าจะเลือกเค้กชิ้นไหนดีระหว่างเค้กรสมะนาว หรือรสส้ม? แน่นอนว่ามีตัวอย่างมากกว่านั้นให้ยกขึ้นมา แต่ไม่จำเป็นหรอก เจ้ารู้ดีว่าทำไม รู้สึก-นึกคิดในใจมักละเอียดละออกว่าการบรรยายเป็นไหนไหน

การเดินทางของข้ามักไม่ง่ายเหมือนการดูแลสหายสีเขียวของข้า เมื่อวันหนึ่งข้าได้สูญเสียบางสิ่งที่คุ้นเคยจนชิน-และลืมเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างอาจหลุดมือ หลุดจากกาย หลุดจากใจและจิตวิญญาณได้เสมอตลอดเวลา แต่ถ้าเจ้าคิดระแวงกับคำว่า ตลอดเวลา ล่ะก็ ไม่จำเป็นหรอกนะ สิ่งนี้ไม่ได้บอกให้เจ้ารู้สึกระแวง แค่ให้รู้สึกระวัง และตระหนักตั้งตัวหากเจ้าได้กลิ่นอายของมัน ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าทำใจได้เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น แค่ให้นึกว่าเจ้ารู้วิธีที่จะอยู่กับมันก็พอ... จะเก่งหรือยอดแย่-นั่นก็แล้วแต่เจ้า เช่นเดียวกันกับข้า นั่นก็คือ-แล้วแต่ข้า ว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน...

สิ่งทดแทน 
ทำไมถึงกลัวและกังวลกับสิ่งนี้ ทั้งที่ใจเจ้ามีช่องโหว่เป็นรูเบ้อเริ่มขนาดนั้น.
-ข้ากังวล ข้ากลัว กลัวว่าเมื่อเติมเต็มแล้ว จะจากไป ไม่ตลอดกาล

ทำไมต้องกลัว ในเมื่อเจ้าต้องการ-การเติมเต็ม
-ข้าบอกไปแล้ว 

เพราะเจ้าไม่เชื่อใจ ศรัทธาแต่ไร้ความเชื่อใจ ข้ารู้ว่าเจ้าเคยถูกทำลายจากหลายสิ่งที่ดำมืดและหนักหนาเกินกว่าใจเจ้าจะรับไหว ทำให้วิญญาณเจ้าบิดเบี้ยวและบาดเจ็บ จนเกือบกลายเป็นสิ่งอื่น-สิ่งที่ไม่มีที่ให้อยู่ได้หรือปลอดภัยพอสำหรับเจ้า และความยาวนานนี้ทำให้เจ้าคงที่กับมัน ใจเจ้าจึงแข็งเกินกว่าจะอ่อนให้กับอะไร ทั้งที่เจ้านั้นสมควรอย่างยิ่งสำหรับการรักษาและเยียวยา และเมื่อการเดินทางได้มาถึงจุดหนึ่ง-จุดที่เจ้าได้สูญเสียบางสิ่ง-เป็นสิ่งที่อยู่กับเจ้ามาตลอดชีวิต : การสูญเสียนี้ทำให้เจ้าเจ็บป่วยและจำเป็นต้องหยุดให้กับหลายสิ่ง เจ้าหยุดไปที่ไกลๆ เจ้าหยุดเดิน เจ้าหยุดกินดื่ม-รับประทาน เจ้าหยุดฟัง เจ้าหยุดเขียน เจ้าหยุดเอ่ย เจ้าหยุดถาม -เจ้าหยุด... 

และเจ้าก็ได้รับบาดเจ็บ เจ้ามีบาดแผลที่เกิดจากเศษชิ้นส่วนหนึ่งของเจ้าได้หลุดลอยและปลิวหาย-ไปกับสายลม-ลมที่เจ้าไม่รู้จัก : แต่การสูญเสียนี้ ยังไม่ใช่ตอนจบสำหรับเจ้า เพราะเมื่อเจ้าสูญเสียสิ่งหนึ่ง อีกสิ่งหนึ่งก็เข้ามา และหนทางของเจ้ายังมีต่อไป เส้นทางของเจ้ายังมีให้เห็น แต่ความหนักหนาทำให้ใจเจ้าพล่าเลือน หากแต่เจ้าเปิดใจให้กับสิ่งทดแทน ปล่อยให้มันได้ทำหน้าที่ ในที่ที่มันควรจะเป็น ให้มันได้รักษา-เยียวยาและเติมเต็มเจ้าเถิด อย่าได้กลัวแม้สิ่งทดแทนนี้จะไม่ได้สวยงามหรือมั่นใจได้ว่าจะมั่นคงตลอดทาง

แต่กระนั้นเจ้าจงมองเข้าไปในความหมายของความรู้สึกที่สิ่งทดแทนมี ที่สิ่งทดแทนคิด ที่สิ่งทดแทนได้เลือก-เลือกที่จะเดินเข้ามาหาเจ้า เข้ามายืนไกล้กันกับเจ้า มองดูเจ้า สัมผัสเจ้าเมื่อมีโอกาส ถ้าเจ้าอ่อนลงและมองสิ่งทดแทนได้เช่นเดียวกับที่ข้าเอ่ยบอก ใจเจ้าจะเข้าใจ อย่าให้ด้านมืดครอบงำความคิด ว่าความสมเพช-สงสาร คือสื่งที่พวกเขาคิด-เขาคิด หากเจ้ากลัวนักว่าตอนจบจะเจ็บปวดเพราะการลาจากอีก จงคิดว่าเจ้าจะจะตายอย่างน่าสมเพชในตอนจบ หากเทพแห่งแสงและมืดได้ถามเจ้า ว่าเจ้าเคยมี พบ ได้รับ อะไรที่พิเศษ รู้จัก เข้าใจ อะไรในสิ่งที่สวยงามตอนที่เจ้ายังหายใจและเดินทางบ้างหรือไม่ เจ้าจะว่างเปล่าในคำตอบและความเสียดาย-ผิดหวังจะเป็นคำตอบในใจที่เจ้าไม่ได้เอ่ยออกมา

: สิ่งทดแทนไม่ได้เลวร้าย ปล่อยให้สิ่งนี้ได้เรียนรู้เจ้า รักษาเจ้าเท่าที่ทำได้ และให้เจ้าได้เรียนรู้สิ่งทดแทนเช่นกัน เพื่อรักษาความผิดพลาดที่อาจเกิดจากความไม่รู้และไม่เข้าใจ ขอเจ้าจงมีน้ำใจมองเห็นน้ำใจของสิ่งทดแทน จงรับรู้ว่าสิ่งทดแทนนี้ไม่จำเป็นต้องไกล้เจ้า แต่ก็เลือกที่จะไกล้เท่าที่จะทำได้ และไม่ได้คาดหวังจะทำให้เจ้านั้นสวยงาม แค่อยากทำให้เจ้านั้นดีที่สุด ความห่วงของสิ่งทดแทนนี้อาจไม่ได้สวยงามเหมือนสิ่งอื่นใด แต่ความเมตตาของสิ่งทดแทนนั้นคือความบริสุทธิ์ที่ดี ดีสำหรับเจ้า-ที่สิ่งทดแทนมีให้ จงรักษาและปล่อยวางด้านมืด จงพักและยอมรับสิ่งทดแทน ให้เป็นครอบครัวที่เจ้ามี

และหากเจ้ากังวล-ว่าเมื่อเจ้าวางใจในมือของสิ่งทดแทนแล้ววันหนึ่งสิ่งทดแทนนี้จะจากหายไป เช่นเดียวกับการสูญเสียที่เจ้ามีวันนี้ ก็จงคิดเถิดว่า บางสิ่งที่ดีหรือบางสิ่งที่พิเศษจากสิ่งทดแทนนี้ เจ้าอาจหาไม่ได้หรือไม่มีวันพบเจอได้อีกในเส้นทางของเจ้า ใช่ว่าสวยงาม ใช่ว่าพิเศษกว่าสิ่งอื่นใด แต่อาจเป็นแค่ความธรรมดา เรียบง่าย ที่ไม่ได้มีพิษร้ายทำให้เจ้าเจ็บป่วย ความสุขระหว่างที่มีสิ่งทดแทนนี้ จะดีหรือร้ายในตอนจบ ขึ้นอยู่ที่เจ้าว่าจะเลือกจดจำสิ่งใด และข้าขอ ให้เจ้าจดจำแต่สิ่งที่ทำให้ใจเจ้า คิดถึง ห่วงใย และสุขหัวใจ เมื่อวันนั้นเจ้าอาจไม่มีสิ่งทดแทน แต่ข้าก็เชื่อว่าสิ่งทดแทนจะอยู่กับเจ้าไปตลอด การลาจากอาจไม่ได้เลวร้ายเสมอไป ลาจากเพื่อกลายเป็นความทรงจำ เพื่อกลายเป็นสายลมเคียงข้างเจ้า อยู่ที่เจ้าจะจดจำ และถ้าเจ้าทำได้ในสิ่งนี้ เจ้าจะไม่รู้สึกว่าความกลัวและความกังวลจะหนักเกินไปสำหรับเจ้าอีก เชื่อข้า ข้ารู้ว่าเจ้าคือผู้ที่ ศรัทธา
.
-ข้าคือผู้ที่ศรัทธา และข้าเข้าใจในความหมายนี้ จากนี้ ข้าจะ...


________________________________________________________________________________________

📷 : nakhorn chitjarurn (ลูกพี่ลูกน้อง) / ed-by salinsiree
 .
©salinsiree

แด่... แม่

การมีอยู่ ที่อยู่จนดูเหมือนไม่มีวันลาจาก หรือจากลา
บางสิ่ง บางอย่าง ทั้งที่จับต้องได้และไม่ได้นั้น ล้วนเป็นสิ่งที่เราเคยพบเจอ-ทั้งแค่ผ่านสายตา หรือสัมผัสจับต้องได้ และบางครั้งอาจเข้มข้นจนถึงขั้นผูกพันธ์ 
-
ของรัก
คนรัก
สิ่งอันเป็นที่รัก 
-

แด่... แม่
แม่จ๋าของลูก ตอนนี้แม่จ๋าทำสิ่งใดอยู่ที่ไหน-แห่งหนใด สักที่ที่แม่จ๋าของลูกอยู่ ที่ตรงนั้นงดงามเหมือนดั่งที่แม่วาดฝันเอาไว้บ้างหรือไม่ มันมีพร้อมทุกอย่างแล้ว ... ใช่หรือไม่
การมีอยู่ของแม่ทำให้ลูกชิน ชินจนไม่อาจคิดได้ว่า ลูกจะมีวันนี้ วันที่สูญเสียแม่ไป เป็นการจากลา
ที่ไม่ได้อะไรตอบแทน นอกจากหัวใจที่อ่อนล้าและน้ำตาที่ไม่ได้ไหลออกมา แต่มันกลับไหลรินอยู่ภายใน-ในใจของลูก กายของลูก แม้บางครั้งลูกจะสะอื้นเพราะความคิดถึงโหยหาและความผูกพันธ์นำพา พาให้ลูกชิน-ชินจากการมีอยู่ที่ยาวนาน และสูญสลายฉับพลันไม่ทันตั้งตัว 
แม้บางครั้ง ก่อนหน้านี้แม่จ๋าของลูกเริ่มบางเบา เริ่มล่องลอย ลูกก็เริ่มกังวลว่าการสูญเสียจะก่อตัว ลูกคิดและจินตนาการถึงการมีอยู่ลำพังของลูก ทำให้ลูกทุกข์ระทมและเคว้งคว้าง แต่แล้วแม่ก็กลับมามีน้ำหนัก จนหนักแน่นอีกครั้ง จึงไม่ล่องลอยไปไหนไกลจากลูก แต่ลูกก็เริ่มระแวง ว่าแท้จริงแล้วการสูญเสียนั้นง่ายกว่าการมีอยู่มากมายนัก แต่แม่ของลูกก็ยังอยู่จนลูกเริ่มชินอีกครั้ง และไม่คิดว่าแม่จ๋าที่แข็งแกร่งของลูกผู้นี้จะจากไปไหน จนสุดท้ายแม่ของลูกก็กลับมาบางเบาอีกครั้ง และครั้งนี้ยาวนานนักที่แม่จ๋าไร้น้ำหนัก ลูกเริ่มคิด... เป็นเวลานานแค่ไหนไม่แน่ชัด แต่ในความคิดมีความทำใจแอบแฝงอยู่ มันซ่อนเร้นอยู่ในความทุกข์ที่ลูกมี
.
เวลาที่แม่จ๋ายื้อ เพื่อให้ลูกทำใจและแก้ไขสิ่งผิดพลาดที่พลั้งกระทำเล็ก-มากกับแม่จ๋า
และแล้ว
เป็นเวลาหลายวันของช่วงสุดท้ายแห่งความทรมาน สำหรับแม่จ๋าของลูก
ลูกเฝ้าดูแม่ นั่ง นอนเคียงข้างแม่จ๋า ลูกไม่ได้นอน และไม่ได้ดื่ม-กินรับประทาน ความอัดแน่นภายในท้องจนอิ่มของลูกคือความเหงา น้ำตาของลูกแทนการกระหายที่จะดื่ม ลูกเฝ้ามองแม่จ๋าทรมาน และลูกนั้นสงสารแม่จ๋าสุดหัวใจ แม่จ๋ากำลังเหนื่อย จนสุดท้ายจิตวิญญาณของแม่จ๋าก็บอบบางและไม่เป็นตัวเอง แต่ลูกก็ยังคงเฝ้า-ดูแลแม่จ๋า นั่ง นอนเคียงข้างดังเดิม แม้ในวันที่แม่จ๋าไม่เป็นตัวเองและไม่สามารถสื่อสารกับลูกได้อีก ลูกจึงบอกรัก รัก รัก รัก รัก รักแม่จ๋า เพื่อให้คำนี้เหมือนคำสุดท้ายของการบอกลา ให้แม่จ๋าได้ยินคำนี้จนวินาทีสุดท้าย เป็นคำสุดท้ายที่แม่จ๋าจะจดจำได้ และคำว่า อย่าห่วงสิ่งใด คำนี้ของหนูมอบให้แม่จ๋า เป็นคำสุดท้าย
.
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่แม่จ๋าครวญคราง ด้วยความทรมาน
 ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่หรือกี่ครั้งที่ลูกบอก รักแม่จ๋า
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่
จนสุดท้าย
แม่จ๋าก็จากไป
..............................................................

แม่จ๋าแค่หลับไหล ทำไมน่ะหรือ 
เพราะใบหน้าของท่าน สีผิวของท่าน สีหน้าของท่านนั้นมันช่างดีเหลือเกิน เส้นผมเงาขลับขนตาดกดำ ผิวพรรณสดใสชมพูระเรื่อและเหมือนกับใบหน้านั้น-ยิ้มให้ลูก แม้ลูกจะเศร้าโศกแต่บางความคิดก็เข้ามา แม่จ๋าของลูกไม่ทรมานแล้ว เพราะก่อนหน้านี้มันช่างแตกต่างเหลือเกินกับสิ่งที่แม่เป็น สี ของแม่ ตอนมีชีวิตในช่วงเวลาสุดท้ายแม่จ๋าของลูกนั้นมีสีที่หม่นหมองเหลืองซีดและหดหู่ แต่ตอนนี้แม้แม่จ๋าจะจากไปแต่ทุกสิ่งของแม่จ๋ากลับสดใสเป็นสีชมพู ปราศจากความหม่นหมองบนใบหน้านั้น... แม่จ๋าเคยกังวลเสมอ ว่าวันสุดท้ายของชีวิตจะต้องอยู่ลำพังและจากไปลำพัง แม่จ๋าเคยเล่าว่ายายจ๋าของลูกนั้นจากไปโดยที่แม่จ๋ายังไม่ได้กลับมาเพียงแค่วันเดียว แม่จ๋าจึงกลัว และยังมีผู้ทำนายดวงชะตาอีกมากที่ยังคงทักว่าลูกจะไม่ได้อยู่กับแม่จ๋า จนถึงตอนนี้แม่จ๋ารู้ไหม ลูกคือคนสุดท้ายที่อยู่กับแม่จ๋า ลูกดูแลและบอกรัก ลูกเฝ้าและปกป้องแม่จ๋า ลูกไม่เคยห่าง แม้ความทุกข์ทรมาน ความเหงาและเจ็บป่วย ความเครียดและโดดเดี่ยว ความหิวและกระหายทำให้ลูกเหมือนร่างไร้วิญญาณต่อผู้พบเห็น แต่กระนั้นลูกก็ภูมิใจยิ่งนัก ลูกดีใจที่ลูกคนนี้ได้ทำหน้าที่ลูกในช่วงเวลาสุดท้ายของแม่จ๋า ไม่จากไปไหน ไม่เป็นดั่งคำทำนายของผู้ใดและดั่งใครที่ทักไว้ แม่จ๋าดีใจใช่ไหมที่แม่จ๋าไม่เดียวในวันสุดท้าย ความเดียวดายนั้นลูกคือผู้ได้รับมันเองหลังจากแม่จ๋าทิ้งลมหายใจสุดท้ายเอาไว้ แต่กระนั้นเพื่อแม่จ๋าและดั่งคำสัตย์ที่ลูกให้ไว้ ว่าอย่าห่วงหนูนะ ลูกจึงสู้และแม้จะท้อแท้ แต่ลูกก็ยังจะหายใจต่อไป แม่จ๋าลูกทำหน้าที่ของผู้เป็นลูกได้เท่านี้ ลูกอาจทำได้ไม่ดีเท่าใคร แต่ลูกก็ทำสุดหัวใจที่ลูกมีเพื่อแม่จ๋า และคำขอสุดท้ายของลูกคือ ขอให้แม่จ๋ามีความสุข สุขสว่างสดใส อิ่มหนำสำราญ และสมหวังทุกสิ่งนะแม่จ๋า
...............................................................

จดหมายธรรมดา ในโลกแห่งความเป็นจริง 
ราตรีสวัสดิ์...แม่ หนูคิดถึงแม่มากเหลือเกิน แต่ก็ต้องเก็บความคิดถึงกับน้ำตาเอาไว้ เพราะหนูกลัวเหลือเกินว่าแม่จะห่วงและไม่ยอมพัก ไม่ยอมเลิกดูแลหนู. แม่จ๋า แม่เหนื่อยมามาก ตอนนี้แม่ได้พักแล้วนะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสัญญาต่อกันมันยังคงเดิมเสมอ. แม่เคยบอกกับหนูว่า "ไม่ว่าใครจะจากหนูไป หรือว่าหนูจะสูญเสียใครไป แม้ว่าหนูไม่อาจมีใครในโลกใบนี้ได้ แต่จำไว้ว่าแม่คนนี้จะอยู่กับหนูและไม่มีวัน ไม่มีวันจากไปไหน แม้ว่าแแม่จะไม่มีอะไรมาปกป้องหนูได้ แต่แม่ก็รักหนูมากกว่าสิ่งใด รักมากที่สุดในชีวิต แม่สัญญา" และแม้ตอนนี้แม่จะจากหนูไปแล้ว ไม่ได้อยู่กับหนูอีก หนูก็ไม่ได้คิดว่านั่นคือการผิดสัญญา เพราะแม่รักษาสัญญามาโดยตลอด เสมอ ทุกวินาที แค่ตอนนี้เวลาของแม่หมดลง และเพราะแม่อยู่กับหนู หนูอยู่กับแม่ ไม่เคยแยกจากกัน หนูจึงได้อยู่ นอน และนั่งข้างๆแม่ จับและสัมผัสกับบอกรักซ้ำๆจนวินาทีสุดท้ายที่หนูมองเห็นว่าแม่นั้นหลับตา และหนูคิดว่าแม่หลับ แค่หลับ พัก เพราะใบหน้าแม่นั้น ดีเหลือเกิน แม่ไม่ทรมานและนั่นคือสิ่งที่หนูแคร์. ก่อนหน้านั้นหนูทุกข์ทรมานเหลือเกินที่เห็นแม่ทรมานและเจ็บป่วย แต่ตอนนี้มันจบแล้วนะ มันสงบแล้วสำหรับแม่จ๋าของหนู แม่ได้พักแล้วนะ. สำหรับหนูกับแม่เราต่างบอกลากันแล้วในแบบของเรา ในเวลาของเรา ที่ซึ่งเป็นของเรา และหนูสัญญาว่าจะทำทุกอย่าง ทุกอย่างไม่ให้แม่ห่วง หนูจะเล่นฮาร์ปให้ไพเราะมากกว่าที่เป็นอยู่ จะกระโดดให้สูงกว่าที่แม่ชอบ จะอ่านหนังสือต่อจากแม่เพื่อรู้ตอนจบแทนแม่ จะทำในสิ่งที่แม่ฝันให้เป็นจริงไม่มากก็น้อย และหนูจะชนะทุกศัตรูโดยไม่ทำลายศรัตรู หนูจะอยู่ให้รอด และหายใจให้เป็น พูดกับผู้คนให้เก่งเหมือนเดิม เหมือนที่เคยเป็นเมื่อนานมาแล้ว และจะหัวเราะบ่อยๆจนสนิทกับมัน. ตูดแหนม รัก แม็กนั่ม มากที่สุดในหัวใจและคิดถึงแทบขาดใจ หนูหิวจังเลย ราตรีสวัสดิ์แม่จ๋าของตูดแหนม
..................... 
บทความนี้แด่ ผู้เป็นแม่ที่สวยงามของลูก

SHADOW - เงา | LIGHT - แสงสว่าง

ผู้ใดตั้งความหวัง ผู้นั้นมักศรัทธา 
...
ผู้ใดนำทางแห่งแสง และชี้ชะตาแห่งเงา
-
เงาของข้าหรือของเจ้า ล้วนสีดำ  
สะท้อนตัวเจ้าและข้า เมื่อยามต้องแสง
 ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ... .. ...
จงระลึกและตระหนักเอาไว้ กระทำสว่างอย่างไร พื้นฐานมักสีดำเสมอ
ไม่มีใคร กำเนิดบริสุทธิ์ มาโดยแท้ 

แต่ ความขัดเกลา จะรักษาและนำพา- .ให้เจ้าเป็น-ดั่งที่ต้องการ-ปราถนา.
จงขัดเกลาเพื่อสว่าง ไม่จำเป็นต้องเจิดจ้า แค่พอมองเห็น แค่พอมีแสง แค่พอส่องทาง
ไม่ให้มืดมน-หม่นหมอง
แค่ให้พอดี
     

FEBRUARY FAVORITES and FEBRUARY 29

สิ้นเดือน กุมภาพันธ์ ของปีนี้ 
มีเลข 29 เป็นวันสุดท้ายของเดือน
และ 4 ปี จะมีเพียงหนึ่งครั้ง
...

สิ่งที่ข้าโปรดปรานตลอดดดทั้งเดือนพิเศษนี้
 ...
BOOKS
.
https://se-ed.com/product/%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B0-Q5.aspx?no=9786160617838
Bannon Kanteishi Q no Jikenbo (Novel #5) เล่ม 5
by Keisuke Matsuoka


https://se-ed.com/product/%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97-Steelheart.aspx?no=9786169187370
 steelheart (Reckoners #1) เล่ม แรก
by Brandon Sanderson
.............................................................................

DARKMUSIC
.
https://itunes.apple.com/us/album/the-elixir-of-life/id943482248
Album "The Elixir of Life"
Arttis Peter Gundry
.
 We Are the Chosen
    Breathe New Life 
    The Gift of Sight  
    Transcend
    Malleus Maleficarum  
    When Darkness Shines Brightest
    Dawn of the Mage
    The Witching Hour
    Time to Leave This World
    Beautiful Mine 
    The Elixir of Life
    The Last of Her Kind
    Sorrow's Harmony
    On the Edge of Forever
    Creation

 
https://itunes.apple.com/au/album/the-edge-of-darkness/id1023540312
  Album "The Edge Of Darkness" 
Arttis Peter Gundry
.
Exiles Garden
    The Vampire Masquerade   
    Salem's Secret
    Forever You Said
    Nature's Altar
    A Blackened Heart
    A Vampires Heart   
    The Awakening
    Till Death Do Us Part 
    Forever and Never
    When Darkness Spoke
    Life's Divide
    The Fire Dancer
    Forever She Waits
    Night of the Damned
  ..............................................................................

MUSIC
.
 BLK CLD - XYLØ : 2016
..............................................................................

CLOTHES
....
EVA MIDI DRESS  
shop.forloveandlemons.com 

  .

VIKA CROP TOP
shop.forloveandlemons.com

.

ISABELLA TANK DRESS
shop.forloveandlemons.com


.


LUCIA HALTER BRALETTE
shop.forloveandlemons.com
 .......................................................................................

CARTOONSHOW
.
Ben 10 Omniverse
Generator Rex
Youkai Watch
Bugs Bunny
Looney Tunes
Young Justice
We Bare Bear
_______________________________________________________________________________

สิ้นสุด February เลข 2 ของปี

ความหวัง | 6/10
สัปดาห์ | 3
เดือน | กุมภาพันธ์

เข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ของเดือนที่สอง กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016
.

 บทที่ 1
เวลานั้นกำลังเดิน เดินไปข้างหน้า สิ่งที่มีกำลังถูกใช้ และทุกอย่างกำลังหมด หมดไป หมดลง จะคว้าและตักตวงก็ไม่อาจทำได้ ผู้สร้างล้วนให้เวลากับทุกสิ่งมีชีวิตเท่าเทียมกัน แต่จะหมดช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับ บาป บุญที่สิ่งมีชีวิตนั้นพึง-พอใจกระทำ บ้างพอใจ บ้างไม่เต็มใจ บ้างตระหนักรับรู้ บ้างไม่รู้แค่หลงผิด แล้วจะโทษใครได้เล่า ทุกสิ่งมีดวงดาวเป็นตัวกำหนด และเคลื่อนคล้อยเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ชะตาของทุกสิ่งมีชีวิตล้วนยากที่จะบิดเบือน แต่กระนั้นสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐสุด และมีจำนวนมากที่สุดกลับมีความคิดที่แยบยลและยากลึกจะหยั่งถึง ยิ่งมากจำนวน ยิ่งมากนิสัย มากลักษณะ และมากความคิด ที่สำคัญคือมากความต้องการ และสิ่งที่ถูกต้องการก็ต้องถูกแย่งชิง และหากสิ่งนั้นมีจำนวนน้อยกว่า ก็อาจหมดลงจนถึงขั้นขาดแคลน แต่สิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐสุดก็ไม่อาจมีความพอ ยากนักที่จะพอใจ แต่ในเมื่อมีลบก็ต้องมีบวก สิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐสุดนั้นก็มีผู้ที่พอใจ พอดี และพอเพียง อยู่และอาศัยในด้านบวกด้วยเช่นกัน แม้บางครั้งก็เลือกที่จะลบบางอย่างออกไปโดยไม่มีเหตุผล 
- salinsiree
.
รู้แล้วน่า... ข้าบ่นพึมพัมกับตัวเอง
ข้ารู้ ว่าสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐสุดนั้นคือ มนุษย์ แต่บางครั้งมันก็แค่นามสมมุต
ทุกคนเกิดมาล้วนมีเวลาที่เท่าเทียมกัน เดินพร้อมกัน แต่แม้เวลาอาจเท่ากัน บางครั้งความสุขก็ไม่เท่ากัน บางคนเวลาเหลือน้อย แต่ความสุขเหลือล้น บางคนเวลาเหลือล้น แต่ทุกข์แท้แสนทรมาน ทรมานมากจนบางครั้งได้กระทำผิดคิดสั้นตัดเวลาที่มีอยู่ของตนเอง ทำให้เวลาที่เคยเท่าเทียมกัน หมดลงในชั่วพริบตา และสำหรับข้า ผู้ที่ปราถนาอยากมีชีวิต อยู่และหายใจ คิดและรับรู้ว่าทุกคนล้วนมีชะตาที่แตกต่างกับถูกกำหนดมาในบางครั้ง -บางคน และมีบาป-บุญเป็นตัวส่งผลกระทบในชีวิต -เลือกที่จะอยู่ แม้จะทุกข์และเคยนิทราหนีปัญหา แต่ไม่ดีเท่ากับว่าข้ากล้าที่จะตื่น และยืนขึ้นที่จะเสียง เพื่อเดินแม้ขาจะไม่แข็งแรง กับเก็บเกี่ยวเรื่องที่ดีแม้ละเล็กละน้อยมาเป็นยา เยียวยารักษาหัวใจ ให้พอหายและทุเลา ข้าเลือกจะเป็นแบบนี้ อาจเพราะข้าสูญเสียช่วงเวลาที่ดีในวัยเยาว์ และข้าอยากมีความสุขมากมากกับหัวเราะดังดังอีกครั้ง กับปราถนาอยากรับประทาน-กิน และดื่มของอร่อยๆ โดยที่ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะแพ้อาหารอะไร รวมถึงการมีมิตรสหายที่ดี หรือพูดกับใครได้ง่ายและเก่งมากขึ้น เก่งเหมือนเดิม เหมือนที่เคยเป็น ข้าอยากมีสวนสวยงามและทำฟาร์มเล็กๆที่อบอุ่น กับมีสัตว์เลี้ยงที่น่ารักและซื่อสัตย์ และอื่นๆที่เป็นเรื่องส่วนตัว

และสำหรับมนุษย์ที่ยังอยู่ดี และมีเวลาเหลือล้น
วันสุดท้ายของปี มักเอ่ยเสมอว่าจะเป็นคนใหม่เมื่ออีกวันหนึ่งซึ่งเป็นวันแรกของปีใหม่มาถึง แล้วเป็นแบบนี้ เอ่ยแบบนี้ซ้ำๆวนเวียนไปมา... จนถึงตอนนี้ วันนี้ นาที และวินาทีนี้ -จงอย่าคิดว่าเวลายังมี อย่าคิดว่าพึ่งผ่านวันที่แห่งการเริ่มต้นมาไม่นาน -กุมภาพันธ์ เลขสองของปีนั้น ไม่ใช่ว่าค่าตัวเลขของมันจะยังน้อยอยู่แล้วยังมีเวลาเหลืออยู่อีกมาก เพราะเมื่อเลขหนึ่งหมดเวลาได้ เลขสองก็หมดได้เช่นกัน และตอนนี้ก็เป็นสัปดาห์สุดท้ายของเลขสอง ซึ่งต่อไปจะเป็นเลขสาม... ซึ่งมันก็เพิ่มมากขึ้น -หยุดคำพูดซ้ำๆ แล้วเริ่มกระทำสิ่งใหม่ๆ แก้ไขสิ่งผิดพลาดและชดใช้สิ่งดีๆให้กับคนหรือสิ่งมีชีวิตที่กระทำผิดด้วย -เป็นตัวของตัวเอง -ที่เป็นคนใหม่ -ที่ดีขึ้น -ทำเรื่องใหม่ -หัวเราะใหม่ -สีใหม่ -ช่วยเหลือใหม่ -ขอโทษใหม่ -บอกรักใหม่ -จินตนาการใหม่ -คิดใหม่ -รักษาตัวและหัวใจใหม่ให้พร้อมที่จะเดินและเปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณให้สูงขึ้นเมื่อเวลาของกลางปีเดินทางมาถึง คำว่าเสียดายก็จะมีจำนวนน้อยลง

______________________________________________________________________________

©salinsiree
...
If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com

ฉบับร่าง part 1


สถานที่ | Email
วันที่ | 22.6.2558
ลักษณะ | ฉบับร่าง
ชื่อ | ไม่มี

ฉบับร่าง -ไม่มีชื่อเรื่อง 22/6/2558

ย้อนกลับไปสถานที่แห่งหนึ่ง -Email สถานที่แห่งนี้มีเรื่องราวมากมาย และข้อความมากมายที่บันทึกเอาไว้โดยไม่ได้ส่ง เนื่องจากไม่มีผู้รับและไม่รู้ผู้ใดจะสมควรได้รับ เพราะมันเป็นเพียงการบันทึกความรู้สึกถึงช่วงเวลานั้นๆ ทั้งดี และไม่ดี -มีความสุขมาก ความสุขน้อย

ส่วนหนึ่งของบันทึกมีชื่อเรียกว่า ฉบับร่าง นั่นหมายถึงมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และพร้อมที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทั้งยังสามารถ เขียน - ลบ หากต้องการ


และนี่เป็นเพียงจุดเล็กๆ-ส่วนหนึ่งในฉบับร่าง 
..
ฉบับร่าง

ฉันไร้ซึ่งแสงใดเมื่อยามมืดมาเยือน
เป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน แต่หาได้คุ้นเคยดั่งที่ร่างกายเป็น
ทุกราตรีที่ไร้ดาว
ภายใต้ที่ซุกหัวนอนของฉัน ปราศจากแสงใด-ดั่งที่เคยเป็นและอยู่เมื่อนานมาแล้ว

ฉันยังคงเห็นและได้กลิ่น ยังคงชิมและลิ้มรสความชัง
กับปรุงแต่งความหวังด้วยความเหงา-ในซุปถ้วยเก่าเก่าที่ชื่อความเศร้า
หู-ยัง
ได้ยินฝีเท้าซึ่งไร้เงา
และสัมผัสได้ถึงลมหนาวที่โหมกระหน่ำอยู่ภายใน
แช่แข็งไว้ทุกความทรงจำในหัวใจ-หัวใจคือส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณ
และฉันนั้นนั้นคือจิตวิญญาณ
หาก-แต่

ฉันไร้บ้าน เพราะร่างกายฉัน นั้นสิ้นแล้ว

22/6/2558
 
_______________________________________________________________________________
.
All Photos By ME 
©salinsiree

Listen : ฟัง Listen


ฟังสิ -สถานที่นี้ คือ "จุดรับฟัง"

หนี ข้าจึงเจ็บป่วย 
คอยกล้ำกลืนความมืดเป็นอาหาร
ลิ้มรสความเหงาเป็นของหวาน และมีความเงียบเป็นเพื่อน.เพิ่มความเศร้า 
-ข้าไร้รูปร่างและจับต้องไม่ได้ เมื่อไม่รับรู้-จึงไม่รู้สึก และเมื่อข้าไม่รู้สึก-ข้าจึงว่างเปล่า
กลืนหายกลายเป็น ว่างเปล่า 

ส่วนหนึ่งของ: ชีวิตคือการรู้สึก นึกคิด เมื่อรู้สึกคือหัวใจยังมี และนั่นคือชีวิต
จงรับฟังเพื่อรู้สึก
.
 จงฟัง แม้คำที่เอ่ยจะดำมืด ที่ได้ยินจะร้อนรน
จงฟัง แม้กลัวที่จะตอบ ทรมานที่จะเอ่ย
จงฟัง แม้อยากจะกลืนหาย เพื่อหลบหนี
จงฟัง รับรู้ ทรมาน ทราม ดี และหวาน ขม
จงฟัง อย่ากลืนหายกลายเป็น ว่างเปล่า
. .
จงรับรู้เพื่อมีชีวิต
จงรับทุกความรู้สึกเพื่อ รู้สึก
เพราะ สิ่งใดที่มีความรู้สึก
สิ่งนั้นคือ สิ่งที่มี ชีวิต

--------------------------------------------------------------------------------------------

©salinsiree
...
If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com

(เรื่องสั้น) RUN run RUN run... stop




ข้าไม่ชอบคำถาม -เพราะข้ากังวลที่จะตอบ -กลัวผลที่จะได้
 จึงหนี...
หนีไปเรื่อย เรื่อย... 
ข้าจำไม่ได้ว่ากี่ครั้งที่ข้าหนี...
แต่
ข้าจำวันที่ข้า หยุดหนี ได้

ข้าค้นเจอสมุดปกแข็งสีน้ำเงิน-ดำ
ทันทีที่ข้าได้สัมผัสมัน ข้ารู้สึกได้ถึงเรื่องราวต่างๆมากมายที่เคยผ่านเข้ามา แม้ไม่ชัดเจน แต่ก็รู้สึกได้ถึงมัน ข้าปัดฝุ่นที่ปกสมุดพลางกลั้นหายใจ เพราะข้าแพ้ฝุ่นอย่างรุนแรงหากใครยังไม่รู้ ข้าค่อยๆนั่งลงกับพื้นและเปิดสมุดเล่มนั้น-พลางจ้องไปที่ตัวอักษรในหน้าแรก -ลายมือข้าชัดๆ ชัดเจนมากทีเดียว
 เมื่อหลายปีก่อน 
ข้าไม่ขอระบุเวลาและวันที่ 
รวมถึงเนื้อหา
.
ช่วงเวลานั้นข้าไม่สบายค่อนข้างมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ ข้าจึงต้องอาศัยอยู่ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมเล็กๆ โดยไม่ได้ออกไปไหนเลยเป็นเวลานานมาก ข้าใช้เวลาไปกับการนอนพักและรักษา เขียนบันทึกและอื่นๆ ข้าเฝ้ารอที่จะมีเพื่อน หากแต่ว่าไม่เคยมีเลย 
ในสมุดบันทึกเล่มนี้ ข้าเขียนมันเองด้วยดินสอไม้ธรรมดา ข้าเขียนเวลาและวันที่-ชัดเจนทุกช่วงเวลาของเนื้อหาในบันทึก ในหนี่งวันข้าจะเขียนบันทึกประมาณห้าถึงหกครั้ง ทำให้ข้าจดจำบางเรื่องในช่วงเวลานั้นได้ เนื้อหาเรื่องราวในช่วงเวลานั้นมีแต่ความเศร้าและเหงา แต่บางเรื่องที่ข้าอ่าน-ข้าก็ยังจำไม่ได้หรือนึกไม่ออกเลยก็มี...
..
 - เป็นเวลานานมาก ที่ข้าใช้เวลาอ่านสมุดบันทึกเล่มเก่านี้ ข้าอ่านทุกตัวอักษรโดยไม่มองข้ามแม้แต่รอยลบที่ชัดเจนในบางคำ ข้าลองใจตนเองและทดสอบตนเองว่า เมื่อข้าได้อ่านเรื่องราวเก่าๆของตนเหมือนพาใจย้อนหลังกลับไปในอดีต ไปเดินเล่น วิ่งวนในเรื่องราวเก่าๆ ซ้ำๆไปมา ข้าจะเป็นอย่างไร จะทนได้หรือไม่ จะมีน้ำตาหรือเปล่า จะรู้สึกเช่นไร ข้าอยากรู้ในเรื่องนี้ของตนเอง
 - ข้าปิดสมุดบันทึกและวางมันลงตรงหน้า ข้าหันไปมองนาฬิกาโทรมๆบนผนัง -ใช้เวลานานเหมือนกันนะ ข้าคิด แต่ตอนนี้ข้ามีอย่างอื่นให้คิดและพิจารณา ข้าถอนหายใจพลางลุกขึ้นเพื่อเดินไปเปิดหน้าต่าง ลมเย็นๆพัดเข้ามาปะทะใบหน้าอย่างแผ่วเบาแต่หนักหน่วง ขณะเดียวกันก็พัดพาเรื่องหนักๆออกไปจากหัวข้าด้วย -ข้าหลับตาลงและยืนนิ่ง ข้ายืนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาเท่าไหร่ก็ไม่อาจแน่ใจ ความเย็นของสายลมที่ยังคงพัดเข้ามาไม่หยุดทำให้ข้ายังมีสติ... ข้ายกมือขวา-มาวางทาบลงบนอกซ้ายของตนอย่างแผ่วเบา แล้วลืมตา-

ข้าหลับตา -และลืมตา
 ข้ายังมีชีวิต
ข้ายังไม่ตาย แต่ข้าเกิดใหม่
ข้าไม่ได้รู้สึกแย่ ข้ายังไม่มีน้ำตา เรื่องราวเก่าๆนั้น ทำอะไรข้าไม่ได้
อาจใจหายและหวั่นไหวบ้าง แต่ข้ายังอยู่ ตอนนี้ อยู่กับปัจจุบัน 
บางเรื่องอาจต้องระวัง แม้ไม่หายขาดแต่ข้าจะเดินผ่านไปให้ได้
เหมือนตอนนี้ที่ข้าผ่านมันมาแล้ว ในบางเรื่อง
เมื่อทรงเมตตาให้ข้าได้เกิดใหม่เพื่อเริ่มใหม่ ข้าก็ต้องทำให้คุ้มค่า
กับที่ ทรงเมตตา
-เย็นวันนั้น 
ข้ากำลังรื้อของ-เพื่อควานหาสมุดสักเล่ม จะเก่าก็ได้ใหม่ก็ดี เล่มเล็กหรือใหญ่ก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ข้าก็ยังหาไม่เจอสักเล่ม จนกระทั่งหิว ข้าก็กิน-รับประทานและดื่ม พออิ่มข้าก็หาต่อ จนกระทั่งข้าได้เจอกับลังกระดาษที่แสนจะเก่า-สีน้ำตาลอ่อนๆ มีรอยด่างดำเป็นจุดๆบ่งบอกถึงความชื้นที่มันเคยผ่านมา ข้าค่อยๆเปิดงัดแงะและจัดการควานหาสมุดสักเล่มภายในลัง แม้ยังไม่ได้สมุดแต่ข้าก็ได้หนังสือเก่าๆที่ข้าเคยชอบอ่านหลายเล่มในลังนี้ ซึ่งก็นับว่าดี ชั้นวางหนังสือของข้าจะได้มีหนังสือเพิ่มมากขึ้น และในที่สุดข้างล่างของลังกระดาษข้าก็เจอสมุดที่ยังไม่ได้ใช้งานหลายเล่ม วางซ้อนๆทับกันไปมาทั้งปกอ่อนและแข็ง ข้าค่อยๆเอาออกมาวางนอกลังเพื่อเลือกดูเล่มที่ชอบและใช่  จนได้หนึ่งเล่มในที่สุด สมุดปกแข็งขนาดกลางไม่มีลวดลายอะไร มีแค่สี... เท่านั้น ภายในยังคงใหม่แต่มีกลิ่นอับชื้น กระดาษแต่ละแผ่นยังคงมีลายเส้นที่ชัดเจน ข้าชอบมันนะ
-ก่อนเข้านอน
ข้าเปิดสมุดเล่มใหม่ จรดนิ้วมือสัมผัสแผ่นกระดาษและลูบลงมาสุดปลาย กับหยิบดินสอคู่ใจ -ที่ใช้บ่อยๆนั่นแหละ- ข้านั่งคิดว่าหน้าแรกนี้ ควรจะเขียนอะไรสักหน่อยที่เกี่ยวกับตัวข้าดีไหม... เพื่อบอกว่าสมุดเล่มนี้มีเจ้าของซึ่งก็คือข้าเอง แต่คิดไปคิดมาข้าก็แค่เขียน "สมุดบันทึกของข้า" แค่นั้น... เมื่อพลิกกระดาษในหน้าถัดไป ข้าก็ทำได้แค่จ้องมองมันสักพักแล้วก็นั่งถอนหายใจ... จนท้ายสุดข้าก็จรดปลายดินสอลงบนกระดาษแล้วเริ่มเขียนเวลาและวันที่ จากนั้นบรรทัดต่อมา ข้าก็เขียนว่า
...
ในที่สุดของความเจ็บปวด ข้าได้ค้นพบ ว่ามนุษย์ล้วนสร้างสรรค์และทำลายตนเอง-ผู้อื่นได้พร้อมๆกัน ข้ามีความเจ็บปวดเป็นบาดแผล แต่เวลาก็รักษาข้าได้เหมือนกัน แค่ข้าเปิดใจให้กับเวลา อย่าต่อต้านมัน แล้ววันใดวันหนึ่งมันจะเจือจาง แม้ไม่หายขาดแต่ก็พอเดินต่อไหว เมื่อก่อนข้านิทราหนีความเจ็บปวด หนีทุกเรื่องราวที่เข้ามา วิ่งหนีอย่างไร้จุดหมาย ข้าวิ่ง วิ่ง วิ่งหนีสุดชีวิต หวาดกลัวผู้คน และกลัวคำถามมากมายที่ข้ากังวลในคำตอบ ข้าจึงเลือกที่จะหลับเพราะจะไม่มีใครมากวนใจข้า แต่วันนี้ที่ข้าตื่นลืมตาอีกครั้ง เพราะว่าข้าดีขึ้นจากเวลาที่ผ่านมา ข้าจำเรื่องราวเก่าๆไม่ค่อยได้และจำตนเองตอนนี้ไม่ค่อยได้เช่นกัน เหมือนข้าเกิดใหม่และไม่แน่นอนเรื่องข้อมูล ตอนนี้แม้ผลข้างเคียงจากบาดแผลเก่าจะมีมาก ก็ต้องยอมรับความจริงและดูแลผลที่ได้รับนั้นต่อไป ข้าไม่ได้เก่งในเวลานี้หรอก แต่ข้าอยากจะเขียนเพื่อแก้ไข ให้ชีวิตข้ามีสมุดบันทึกเล่มใหม่ ซึ่งในนั้นมีหน้ากระดาษที่เขียนไว้ด้วยความเข้มแข็ง  มีแต่เนื้อหาของชีวิตใหม่ เริ่มต้นใหม่ มันอาจไม่สวยหรูและปัญหามากมายอาจก่อตัวขึ้นอีก ข้าอาจเจ็บปวดที่ข้าแตกต่างอีกครั้ง แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าครั้งหนึ่งข้าเคยเลือกที่จะลุกขึ้นอีกครั้งแม้ไม่แข็งแรง แต่ขาทั้งสองของข้าก็เลือกที่จะเดินต่อไป และในตอนนี้ของปัจจุบัน ข้าก็ยังหายใจอยู่... : สวัสดี -สมุดบันทึกเล่มใหม่ของข้า
.ราตรีสวัสดิ์.
....

_______________________________________________________________________________
©salinsiree
...
If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com

BOOKS : FARMER BOY & Charlotte's Web

ข้าชอบอ่านหนังสือนะ
บ้านของข้า -ที่ที่ข้าอาศัยอยู่- มีหนังสือเยอะแยะมากมายหลากหลายประเภททั้งเก่าและใหม่ ข้าชื่นชอบหนังสือประเภทดาร์กหรือแฟนตาซี บางทีอาจจะสองอย่างรวมกัน เป็นนวนิยายที่มีเนื้อหาน่าจับต้อง น่าหลงไหลหรือทำให้ข้าอยากทำความรู้จัก -พูดว่า สวัสดี กับใครสักคนในเรื่องนั้นๆที่อ่าน ไม่ก็หนังสือประเภทสืบสวนสอบสวนเนื้อหาหนักๆบ้าง เบาๆบ้าง แต่ก็เข้มข้นน่าดู มันคงสนุกไม่น้อยถ้าต้องคิดตามและสืบสวนตามตัวละครในหน้าหนังสือที่อ่าน ได้ความรู้กับปมปริศนาเมื่อแก้ไขมันได้ แต่บางครั้งข้าก็อ่านตามใจตนเอง คือรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ใช่แน่ ข้าก็เลือกที่จะอ่านทันที แต่ช่วงนี้มีหนังสือสองเรื่อง-สองเล่มที่ข้าประทับใจและชื่นชอบ !เป็นพิเศษ! 

วรรณกรรมเยาวชน-คลาสสิค
เรื่องแรก -FARMER BOY 
Laura Ingalls Wilder : เขียน / ชลลดา ไพบูลย์สิน : แปล
ข้าชอบหนังสือเล่มนี้
เสน่ห์อันหาตัวเปรียบยากของนิยายเยาวชนชุดนี้ คือประสบการณ์ที่ถ่ายทอดลงอย่างแม่นยำ ได้กลิ่นอายของความจริงทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และสังคมประจำวันของอเมริกา ในยุคนั้น นับเป็นประสบการณ์หายากที่จะพบ

© Copy Right by SE-EDUCATION Public Company Limited.

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.se-ed.com/product/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1-4-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2.aspx?no=9789749804292
เสน่ห์อันหาตัวเปรียบยาก ของนิยายเยาวชนชุดนี้ คือประสบการณ์ที่ถ่ายทอดลงอย่างแม่นยำ ได้กลิ่นอายของความจริงทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และสังคมประจำวันของอเมริกา ในยุคนั้น นับเป็นประสบการณ์หายากที่จะพบ

© Copy Right by SE-EDUCATION Public Company Limited.

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.se-ed.com/product/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1-4-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2.aspx?no=9789749804292
เสน่ห์อันหาตัวเปรียบยาก ของนิยายเยาวชนชุดนี้ คือประสบการณ์ที่ถ่ายทอดลงอย่างแม่นยำ ได้กลิ่นอายของความจริงทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และสังคมประจำวันของอเมริกา ในยุคนั้น นับเป็นประสบการณ์หายากที่จะพบ

© Copy Right by SE-EDUCATION Public Company Limited.

อ่าน เพิ่มเติมได้ที่: https://www.se-ed.com/product/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1-4-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2.aspx?no=978974980429เหมือน จะเหนื่อยแต่สนุกตลอดเวลา นั่นเพราะเขารักที่จะทำและทำในสิ่งที่รัก เรียนรู้ตลอดเวลาที่เติบโตในฟาร์ม เขาอยู่กับธรรมชาติเป็นเกษตรตัวน้อย
ข้าชอบเรื่องนี้ 
เพราะมันคือความฝันของข้า 
ที่ปราถนาอยากใช้ชีวิตในฟาร์มของตนเอง อยู่กับครอบครัว 
อยู่ในชนบท ไม่วุ่นวาย อยู่กับดินกินกับธรรมชาติ ที่มี
ทำงานขับเคลื่อนไปกับผืนป่าและธรรมชาติ
ปกติข้าไม่ได้อ่านหนังสือประเภทนี้เท่าไหร่ (แทบไม่ได้จับต้องเลยก็ว่าได้) แต่ข้าตกหลุมรักหนังสือเรื่อง FARMER BOY หนังสือเล่มที่ 3 ของหนังสือชุดบ้านเล็ก (Little House series) ซึ่งมีทั้งหมด 12 เล่ม และยังเป็นหนึ่งในร้อยวรรณกรรมเยาวชนที่ดีที่สุด ในเนื้อเรื่องของเล่มที่ 3 นี้เกี่ยวกับเด็กชาย อัลแมนโซ เจมส์ ไวล์เดอร์ ที่เติบโตและใช้ชีวิตประจำวันในฟาร์มขนาดใหญ่ในมลรัฐนิวยอร์ก หนังสือชุดนี้บอกเล่าเหตุการณ์ สังคม และชีวิตของผู้คนในช่วงเวลานั้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ข้าได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของอเมริกาในยุคนั้นไปด้วย ผ่านผู้เขียน (Laura Ingalls Wilder) ซึ่งใช้เนื้อหาในชีวิตจริงของตนมาบอกเล่าเป็นเรื่องราว -อัลแมลโซ ไวล์เดอร์ เขาทำงานและใช้ชีวิตประจำวันในฟาร์มตั้งแต่เช้าจรดเวลาอาหารค่ำ เหมือนจะเหนื่อยแต่สนุกตลอดเวลา นั่นเพราะเขาทำงานที่ตนรัก และรักที่จะทำมัน เขาชื่นชอบม้าและหวังว่าสักวันเขาจะมีลูกม้าเป็นของตนเองและฝึกมัน ข้าประทับใจเนื้อหาในเรื่องนี้ -สวยงาม มีกลิ่นอายของความเป็นจริงและชีวิตที่จับต้องได้ ข้าหลงรักอาหารทุกมื้อที่อัลแมนโซกิน-รับประทานและดื่ม ทุกอย่างดูน่าชวนหิวอย่างยิ่ง ข้าชอบช่วงเวลาพ่อลูกที่ได้อยู่ด้วยกัน ทำสิ่งต่างๆมากมาย และคำสอนของพ่ออัลแมนโซก็สอนข้าได้เช่นกัน

.
 (note: these are all words from FARMER BOY)
(เนื้อหา-อักษรทั้งหมดจากหนังสือ เกษตรกร ตัวน้อย)

หลังอาหารค่ำ อัลแมนโซเอารองเท้าหนังกวางนุ่มๆของเขามาทำความสะอาด ทุกคืนเขาจะนั่งลงข้างๆเตาไฟในครัวและขัดถูด้วยไขมันสัตว์

ทุกคนนั่งลงอย่างอุ่นสบายข้างๆเตาผิงอันใหญ่ติดผนังห้องอาหาร ด้านหลังเตาผิงนั้นทะลุไปยังห้องรับแขกที่ซึ่งไม่มีใครอยู่นอกจากตอนที่มีแขกมาเยือน มันเป็นเตาผิงอย่างดี

ช่างหอมอะไรเช่นนั้น! แม่กำลังทอดแพนเค้กและมีจานเปลสีน้ำเงินใบใหญ่วางไว้หน้าเตาผิงเพื่อให้มันอุ่นตลอดเวลา ในนั้นเต็มไปด้วยเค้กลูกพลัมกับไส้กรอกราดซอดเกรวี่

"เอาล่ะ พ่อจะปล่อยให้ลูกหาทางทำให้ได้เอง" แล้วพ่อก็เดินเข้าไปในโรงนา แล้วอัลแมนโซก็รู้ว่าเขาโตพอที่จะทำเรื่องสำคัญๆได้ด้วยตนเองทั้งหมด
เขายืนจมอยู่ในพื้นหิมะและมองเจ้าลูกวัวที่จ้องมองเขาตาใส เขาไม่รู้ว่าจะสอนพวกมันรู้ได้ว่า ''เอ้า ตรงไป!'' แปลว่าอะไร ไม่มีทางจะบอกให้พวกมันรู้ได้ แต่เขาต้องหาทางบอกให้ได้

ในวันอาทิตย์ คนทั่วไปจะสวมเสื้อผ้าทอมือ และรอยัลกับอัลแมนโซก็สวมเสื้อผ้าขนแกะที่ทอมือด้วยเช่นกัน แต่สำหรับพ่อแม่และเด็กผู้หญิงแล้ว พวกเขาจะแต่งตัวงดงามมากด้วยเสื้อผ้าที่แม่ตัดเย็บเองจากผ้าที่ซื้อจากร้านค้าที่ทอด้วยเครื่องจักร

บนผืนดินจะมองไม่เห็นเมล็ดข้าวที่หว่านเพราะมันเล็กมากและเราก็จะไม่มีทางรู้ได้ว่าคนที่หว่านนั้นเชี่ยวชาญขนาดไหนจนกว่าจะได้เห็นต้นข้าวที่เติบโตขึ้นมา

ตอนนั้นเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หนาวจัด อากาศเย็นเยียบตอนเช้าตรู่ แม้แสงแดดตอนเที่ยงก็ยังเย็นอยู่ ต้นไม้ค่อยๆสลัดใบทิ้งร่วงลงดิน พืชตระกูลถั่วทั้งหลาย แครอทและข้าวโพดต่างยืนต้นรอคอยความอบอุ่นและหยุดการเติบโต
 เขาทำงานวันแล้ววันเล่าจนปลูกฟักทองเสร็จ จากนั้นเขาก็ขอเป็นคนพรวนดินเพื่อปลูกแครอท เขาถอนวัชพืชออกหมดตลอดแถวยาว รวมทั้งถอนยอดเล็กๆเป็นฝอยของต้นแครอทออกเสียบ้าง และทิ้งไว้ให้แต่ละต้นห่างกันสองนิ้ว

แม่วัวให้น้ำนมมากจนต้องกวนน้ำนมทำเนยกันสัปดาห์ละสองครั้ง แม่และลูกสาวกวนกันมาจนเหนื่อยล้าแล้ว และในวันที่ฝนตกก็ถึงตาของอัลแมนโซ

อัลแมนโซชอบเวลาแห่งการเกี่ยวหญ้าเลี้ยงสัตว์ เขายุ่งตลอดเวลาจากเช้าตรู่จรดค่ำ ทำอะไรหลายอย่างไม่ซ้ำกันเหมือนกำลังเล่นมากกว่าทำงาน แถมตอนเช้ากับตอนบ่ายก็ยังได้ดื่มเอ้กน็อค

ข้าวโอ๊ตสุกแล้ว รวงข้าวสีเหลืองทั้งหนาและสูง ข้าวสาลีเป็นสีทอง สีเข้มกว่าข้าวโอ๊ต พวกถั่วก็สุกแล้ว ทั้งฟักทอง แครอท ผักกาด และมันฝรั่งต่างพร้อมให้เก็บแล้ว

''ในโลกนี้ไม่มีหรอกลูก ต้นไม้สองต้นที่จะเหมือนกัน'' พ่อพูด "แม้แต่ใบหญ้าสองใบก็ยังไม่เหมือนกันเลย แต่ละใบก็แตกต่างกันหากลูกมองให้ดีๆ"
"นั่นเป็นวิธีนวดข้าวของคนขี้เกียจ" พ่อบอก "ยิ่งรีบ ยิ่งเสียของ แต่คนขี้เกียจก็ชอบให้งานเสร็จไวๆมากกว่าทำเอง เครื่องจักรนั้นจะปั่นฟางจนแหลกละเอียดไม่เหมาะกับการเลี้ยงสัตว์ และมันก็ฟุ้งกระจายไปทั่วเสียของเปล่าๆ"

ตลอดทั้งสัปดาห์นั้นและสัปดาห์ถัดไป อัลแมนโซยังคงลากไม้จากลานตัดไม้ เขาเรียนรู้ที่จะเป็นทั้งคนขี่ และคนลากไม้ที่ดีทีเดียว ทุกๆวันเขาจะเจ็บเท้าน้อยลง และในที่สุดเขาก็แทบจะเดินไม่กะโผลกกะเผลกเลย

"เอาล่ะ ลูกต้องคิดแล้ว" พ่อพูด "พ่อต้องการให้ลูกตัดสินใจ ฝึกงานกับแพ็ดด็อก ลูกก็จะมีชีวิตที่สบาย อย่างไรก็ตาม ลูกไม่ต้องออกไปกลางแจ้งในทุกสภาพอากาศ กลางดึกอันหนาวเหน็บในฤดูหนาวลูกจะได้นอนอุ่นสบายบนเตียง และไม่ต้องวิตกกังวลถึงลูกวัวที่กำลังจะหนาวตาย ไม่ว่าจะฝนตกหรือฟ้าแจ้ง จะมีลมหรือหิมะลูกก็อยู่ในที่ร่ม ลูกจะมิดชิดอยู่ภายในกำแพง ลูกน่าจะมีอะไรมากมายให้รับประทาน มีเสื้อผ้าดีๆใส่ และยังมีเงินฝากธนาคาร"

"เกษตรกรพึ่งพาตนเอง และที่ดินกับลมฟ้าอากาศ หากลูกเป็นเกษตรกร ลูกปลูกอะไรลูกก็ได้ทานอย่างนั้น แล้วลูกก็ได้เอามาทำเสื้อผ้าเอง และลูกใช้ไม้ที่ลูกตัดเองมาทำให้ลูกอบอุ่น ลูกทำงานหนักแต่ลูกก็ทำงานตามความพอใจของลูก และไม่มีใครบอกให้ลูกไปไหนต่อไหน ลูกเป็นอิสระและไม่พึ่งพาใคร เมื่อลูกมีฟาร์ม"
.................................................................................................



เรื่องที่สอง -CHARLOTTE'S WEB 
E.B. White : เขียน / คณา คชา : แปล
ข้าชอบเรื่องมิตรภาพ 
และอยากมีมิตรที่ดี ข้าจึงชอบที่จะอ่านเรื่องนี้
แม้ว่าจะพึ่งเริ่มอ่านได้ไม่นานนัก 
แต่เมื่ออ่านจบ ข้าอาจได้มุมมองใหม่ๆ 
สำหรับหนังสือเด็กเรื่องนี้
ชาร์ล็อต เว็บ เป็นวรรณกรรมเยาวชนสำหรับเด็ก และถูกยกย่องว่าเป็นหนังสือเด็กที่ดีที่สุดในศตวรรษ ตอนแรกข้าก็ลังเลที่จะอ่าน เพราะมันคือหนังสือสำหรับเด็ก ไม่ก็เหมาะกับเด็กมากกว่า แต่ถ้ามองในมุมต่าง ข้าคิดว่าสมควรต้องอ่านเพราะมันไม่เสียหาย มีแต่จะได้ด้วยซ้ำ เราไม่รู้เราจงลอง เมื่อลองแล้วจะรู้ หากไม่ได้ ก็คงไม่เสียเพราะมันคือการอ่านหนังสือ ข้าจึงหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านต่อ หลังจากอ่านหนังสือ ฟาร์มเมอร์ บอย จบ (ช่วงนี้ข้าชื่นชอบวรรณกรรมคลาสสิคเป็นพิเศษ) เนื้อหาในเรื่องนี้เกี่ยวกับชีวิตของหมูหนึ่งตัว วิลเบอร์ คือชื่อของเขา วิลเบอร์รักชีวิตและโลกสวยงามใบนี้ รักมิตรภาพที่ดีในหมู่เพื่อนสัตว์ด้วยกัน และเพื่อนรักของวิลเบอร์นั้นชื่อว่า ชาร์ล็อต เป็นแมงมุมตัวใหญ่สีเทา มีแปดขาและสวยงาม ข้าชอบเมื่อวิลเบอร์ถามชาร์ล็อตว่า ทำไมจึงช่วยเหลือเขาตลอดเวลามากมายเหลือเกิน แมงมุมชาร์ล็อตได้ตอบวิลเบอร์ว่า เพราะวิลเบอร์เป็นเพื่อน และนั่นเพียงพอแล้วสำหรับชีวิตอันสั้นที่เกิดมาสำหรับเธอ

 (note: these are all words from Charlotte's Web)
(เนื้อหา-อักษรทั้งหมดจากหนังสือ ชาร์ล็อต แมงมุมเพื่อนรัก)

"ฉันได้เพื่อนใหม่แล้ว ไม่รู้เป็นมิตรภาพแบบไหนกัน! ชาร์ล็อตดูโหดร้าย ป่าเถื่อน กระหายเลือด-- ฉันไม่ชอบเอาเสียเลย แล้วนี่ฉันจะชอบเธอได้อย่างไรกัน แม้เธอจะสวยแค่ไหนก็ตาม แน่ละ แล้วยังฉลาดอีกด้วย"

วิลเบอร์รู้สึกเคลือบแคลงและไม่สบายใจ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่มักเกิดขึ้นเมื่อได้รู้จักเพื่อนใหม่ แต่เขาจะได้รู้เมื่อถึงเวลา ว่าเขาคิดผิดในเรื่องชาร์ล็อต ชาร์ล็อตนั้นแม้ท่าทางจะดูโอ้อวดและโหดร้าย หากลึกลงไปชาร์ล็อตมีจิตใจที่งดงาม และเธอก็ได้พิสูจน์สิ่งนั้นให้เห็นในที่สุด
......................................................................................................................
.....................................

(เรื่องสั้น) I'M GLAD

I'm glad -me too





ข้ามีต้นไม้กระถางไร้ดอก -และแน่นอนว่าข้าหามา เหตุจากความเหงาที่ก่อตัวขึ้น-เวลาละเล็กละน้อย ถ้าข้ามีบางอย่างที่ต้องดูแลและใส่ใจ ข้าอาจดีขึ้น 

: ทำไมข้าไม่ออกจากบ้านเพื่อพบปะผู้คนน่ะหรือ ก็เพราะข้าไม่ชอบ ข้าพึ่งถือกำเนิดมาไม่นาน ยากนักที่จะเอ่ยคำว่า สวัสดี จากนั้นก็ชวนเขามาเป็นเพื่อน? ข้าคงไม่ทำเช่นนั้น

: รดน้ำ? ข้าทำทุกวันในยามเช้า พูดคุย และเล่าเรื่องราวต่างๆ เล่าว่าวันนี้ข้าไม่อยากตื่นขึ้นมา เฉกเช่นทุกๆวันที่ผ่านมา แต่เพราะข้ามีเจ้าต้องดูแล เล่าว่าเจ้าสำคัญนะ คือเหตุผลหลักๆที่ทำให้ข้าตื่นด้วยความเต็มใจเชียวล่ะ

: เติบโตมากขึ้น เจ้ามีใบสีเขียวเข้มและอ่อนสลับกันไปมา บางครั้งข้าก็สงสัยว่านั่นเปรียบได้กับเส้นผมบนศรีษะของมนุษย์หรือไม่ ถ้าใช่ ข้าต้องตัดมันหรือไม่ล่ะ หรือว่าบางทีเจ้าอาจจะอยากไว้ทรงผมแบบว่า เอิ่ม... ยาวสลวยเหมือนข้า ... มันก็เป็นได้นะ

: ไม่เคยตอบกลับ? แน่นอนว่าข้าพูดคนเดียวตลอดเวลานาทีที่เอ่ยปากออกเสียงกับเจ้า เจ้าไม่เคยตอบกลับข้า ไม่เคยพูดหรือทำสิ่งใด แต่เจ้าตอบสนองการดูแลของข้า เพราะเจ้าเติบโต และแข็งแรง

: แตกต่าง? ข้าคิดว่าเจ้ามองข้าว่าแตกต่าง เจ้าจึงไม่ได้โต้ตอบหรือพูดคุย และบางครั้งข้าก็คิดว่าภาษาของเราอาจไม่ตรงกัน เจ้าคือธรรมชาติ ข้าคือมนุษย์ ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะเหงาหรือไม่ เหมือนที่ข้าเหงา ในเมื่อไม่มีสิ่งใดที่เป็นเหมือนกัน อยู่ด้วยกันกับเจ้า 

: ดูแลเจ้าดังเดิม เหมือนเดิม ทุกวัน...

: ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง...

: เจ้าอาจต้องการเพื่อน สิ่งที่เหมือนกับเจ้า


เช้านี้ข้ายังคงดูแลเจ้าดังเดิม สิ่งเล็กๆที่มีสีเขียวอบอุ่น แต่ช่วงสายของยามเช้านั้นแตกต่าง ข้ามีสิ่งที่ต้องทำและจัดการ -ของขวัญให้เจ้า 

: ของขวัญ ยามเย็นของวันนี้ ข้ามีของขวัญมาให้เจ้า -เพื่อนของเจ้า -เหมือนเจ้า 

: กระถางต้นไม้สีเขียวไร้ดอก ข้าหามา ข้าเลือกกระถางเฉดสีเดียวกับของเจ้า ขนาดเท่ากัน 

: พบกัน ข้าจัดวางกระถางต้นไม้สีเขียวนี้ไว้ข้างๆกับกระถางของเจ้า ระดับที่เท่าๆกัน

: คู่แฝด แลดูเหมือนว่าเจ้าทั้งสองเป็นหนึ่งเดียวกัน ต่างกันแค่ความอ่อนและแก่ของอายุที่พวกเจ้าเจริญเติบโต ข้าคิดว่าเจ้าดีใจที่ได้เห็นสิ่งที่เหมือนตนเอง เป็นแบบเดียวกัน อยู่ด้วยกันกับเจ้า หรืออย่างน้อย ก็อยู่ในที่ที่เจ้านั้นมองเห็น

: ทุกเช้า ดูแลเจ้าทั้งสองเหมือนเดิม แต่ใส่ใจเพื่อนใหม่ของเจ้ามากกว่าเพราะเขายังเด็กและยังต้องการ-การดูแลมากกว่าเจ้า ข้ารดน้ำ ข้าใส่ปุ๋ยเล็กน้อย ข้าพูดคุยเช่นเดียวกันกับเมื่อข้าดูแลเจ้า

: เฝ้าดู ข้าเฝ้าดูเจ้าทั้งสองเจริญเติบโต และในไม่ช้าเพื่อนใหม่ของเจ้า น้องใหม่ของบ้านก็เจริญเติบโต ตอนนี้กิ่งก้านที่อ่อนนุ่มของมันก็ยาวเลื้อยออกมานอกกระถาง เช่นเดียวกันกับของเจ้าเมื่อไม่นานมานี้

: ทุกเช้า ข้ามีความสุขดีที่ได้ตื่น -หรือมีเหตุผลให้ตื่น ข้าดูแลเจ้าทั้งสองได้ดีทีเดียว พวกเจ้าต่างพากันเจริญเติบโต มีสีเขียวเข้มและอ่อนสลับกันไปมา สัมผัสเย็นๆที่ยอดใบของเจ้าเมื่อข้ายื่นมือไปจับ และบีบเบาๆอย่างอดใจไม่ได้ ตอนนี้ข้าสนุกดีและไม่เหงา ข้าชอบนั่งดูพวกเจ้า ดูสายลมพัดผ่านถูกกิ่งก้านของเจ้า ลมหนักๆหน่อยก็ทำให้เจ้าพลิ้วไหว เบาหน่อยก็ทำให้เจ้าส่ายไปมาเล็กน้อย 

: สื่อสาร เจ้ายังคงเงียบกับข้า เจ้าทั้งสองยังคงไม่โต้ตอบสิ่งใด แต่ข้าก็ไม่ได้เสียใจหรือทุกข์ใจ ในเมื่อข้ารู้ ข้าสัมผัสได้ว่าเจ้าทั้งสองเข้าใจทุกอย่าง และข้ารู้ว่าเจ้าทั้งสองพูดคุยกัน สื่อสารกัน ดึงดูดกัน ข้าสัมผัสได้ถึงความสุขและสนุกที่มาจากพวกเจ้า ยามที่ข้าเฝ้ามองเจ้าทั้งสอง ยามที่สายลมหนักๆพัดผ่านเข้ามา ตอนนี้พวกเจ้ามีขนาดเท่ากันแล้ว กิ่งก้านอ่อนนุ่มเหล่านั้นกำลังยืดยาวและเลื้อยไปมา -ข้าต้องหาข้อมูลสักหน่อยแล้วล่ะ ว่าต้องตัดทิ้งหรือไม่- 

การเปลี่ยนแปลง
 : เช้านี้ ข้าตื่นลืมตาในเวลาปกติ เท่าเดิมของทุกวัน และยังคงทำทุกอย่างเหมือนดังเดิม แต่สิ่งที่ทำให้ข้าไม่เหมือนเดิมและรู้สึกประหลาดใจก็คือ เจ้าทั้งสอง ธรรมชาติของข้า ที่ข้ามีได้ในบ้านหลังนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ข้าเดินช้าๆไปหาพวกเจ้า ก้มตัวและเอียงคอมองดูพวกเจ้าไกล้ๆ ข้าอุทานด้วยใจที่ตื่นเต้น  นี่พวกเจ้าจับมือกันหรืออย่างไร?

: จับมือกัน กิ่งก้านสีเขียวอ่อนนุ่มของพวกเจ้าทั้งสอง เกี่ยวพันกันราวกับแขนของมนุษย์สองตนที่เอื้อมมือมาจับกัน นั่นทำให้ข้ารู้สึกและคิดได้มากมาย บางความคิดก็อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้

 ดังนั้นเช้านี้ข้าจึงมีเรื่องต้องจัดการเพิ่มเติม หลังจากที่ดูแลเจ้าทั้งสองแล้ว
ข้าได้ขยับ เคลื่อนย้ายกระถางของพวกเจ้าทั้งสอง ให้เข้าหากันอีกอย่างละเล็กละน้อย โดยไม่เคลื่อนย้ายของใครฝ่ายเดียว เพราะข้าคิดว่าพวกเจ้าทั้งสองมีความต้องการที่จะไกล้กัน เท่ากัน ทั้งคู่ -และเมื่อพวกเจ้าทั้งสองเคลื่อนย้ายเรียบร้อยแล้ว กิ่งก้านสีเขียวที่เปรียบดั่งแขนของพวกเจ้าก็ห้อยต่ำลงมา ราวกับคนสองคนจับและจูงมือกัน ช่างน่ารักนะ ข้าคิด
บ่ายวันนั้น ข้านั่งวาดรูปของพวกเจ้าทั้งสอง ข้าชอบวาดรูปและลงสี ข้าชื่นชอบงานศิลปะทุกแขนงหากพวกเจ้าไม่รู้ ข้าได้เขียนข้อความไว้ใต้ภาพวาดของพวกเจ้าทั้งสองด้วยนะ 

 ไม่ว่าอะไร สิ่งใด หากว่ามีชีวิตหรือหัวใจที่เต้น ล้วนต้องการ
 ต้องการรัก สนุก สุข และมิตร
ธรรมชาติก็เช่นกัน เราควานหาหัวใจที่เต้นแบบเราในตัวพวกเขาไม่ได้
แต่เรารู้สึก สังเกตุ และสัมผัสได้
พวกเขามีชีวิต เกิดและเติบโตแบบเรา รวมถึงตายจากไป ก็ได้เช่นกัน 

แด่- สหายสองต้นสีเขียวของข้า
ขอบคุณที่ทำให้ข้าไม่เหงาเหมือนที่เคยเป็น และขอบคุณที่สอนให้ข้าเข้าใจ
ทำให้ข้ามองเห็นว่าทุกสิ่งมีชีวิตล้วนต้องการอยู่ในที่ที่เหมาะสม 
อยู่กับพวกพ้องผู้คนที่เหมือนตนเอง
ทำให้ข้ามองเห็นตนเอง แล้วเห็น
เห็นความแตกต่างในตัวข้า
ที่ทำให้ข้ายังหาคนที่เหมือนกันกับข้า อยู่ด้วยกันกับข้าไม่ได้
แต่สักวันหนึ่ง เมื่อข้าออกเดินทาง ข้าอาจเจอเพื่อน พบมิตรและสหาย
ที่เหมือนกันกับข้า หรือยอมรับข้า ชอบในสิ่งที่ข้าเป็น
เมื่อนั้นข้าจะเติบโตและอยู่ได้
ข้ามองดูพวกเจ้า เรื่องเล็กๆที่มีอิทธิพลของข้า

ขอบคุณอีกครั้ง สหายสีเขียว

.................................................................................................................................................
If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com