i wrote this song for u / part.2

Lyrics
...................
ชื่อเพลง :ความสุขอันเก่าแก่ของฉัน
-
มันนานมาแล้ว ความสุขที่เคยมี อาจไม่มากและไม่ได้ชัดเจน แต่ยังคงมี
มันอยู่ที่ไหนสักแห่งใจกลางความทรงจำของฉัน
คงต้องลองตามหาและย้อนกลับไป สู่ความสุขเก่าๆของฉัน ความสุขอันเก่าแก่ของฉัน
รู้อะไรไหม ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ฉันเคยมีความสุขนะ
มันเกี่ยวกับอะไรสักอย่างและฉันยังคงจำมันไม่ได้ จำไม่ได้ แต่มันยังคงมี
มันอยู่ที่ไหนสักแห่งใจกลางความทรงจำของฉัน
คงต้องลองตามหาและย้อนกลับไป สู่ความสุขเก่าๆของฉัน ความสุขอันเก่าแก่ของฉัน
.
เพราะตอนนี้ฉันมีความปวดร้าวที่แสนทรมาน ฉันเยียวยา และรักษามันไม่ได้
ฉันดูแลแผลของตเองไม่ได้ ให้ฉันทำยังไง บอกฉันได้หากเธอสงสาร
หรือแค่เพียงให้เธออยู่ตรงนี้ นานกว่านี้อีกครั้ง ฉันอาจดีขึ้น
อาจดีขึ้น แค่มีเธออยู่ด้วยกันอีกครั้ง (แม้ว่าฉันจะจากเธอมา)
 .
แม้ว่าเธอไม่เคยทิ้งฉัน แม้ว่าเธอจะเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีเหล่านั้น
.
ฉันจึงต้องออกตามหาความสุขอันเก่าแก่ของฉัน
มันคงอยู่ที่ไหนสักแห่ง อยู่กับเธอที่ใดที่หนึ่งที่ฉันไม่อาจ ตามหา
 .
มันนานมาแล้ว ความสุขที่เคยมี อาจไม่มากและไม่ได้ชัดเจน แต่ยังคงมี
มันอยู่ที่ไหนสักแห่งใจกลางความทรงจำของฉัน
คงต้องลองตามหาและย้อนกลับไป สู่ความสุขเก่าๆของฉัน ความสุขอันเก่าแก่ของฉัน
.
ไปยังที่ที่เคยมีเธอ ที่ที่มีความสุขของฉัน
และมันคงช่วยให้ฉัน หายทรมาน
ลบล้างความร้าราน ปลดปล่อยฉันให้ล่องลอย ไปไกลด้วยปีกของเธอ
.
และหากเธอจะโกรธฉันที่จากเธอมา ขอให้รู้ว่าฉันไม่มีแล้วความสุขหลังจากเธอมา
ไม่มีแล้วเพราะฉันมีเพียงเธอ คนที่รักแต่ไม่อาจอยู่ด้วยกัน จึงจำเป็นต้องจาก
.
เธอคือซาตานที่บินได้ และฉันเป็นเพียงสิ่งธรรมดาที่ไร้ปีก
หากขออีกครั้ง ช่วยพาฉันโบยบินอีกที สู่ที่ที่กว้างไกล
ห่างไกลจากความเป็นฉัน เป็นสิ่งที่ทุกข์ทรมาน

.  เธอคือซาตานที่บินได้ และฉันเป็นเพียงสิ่งธรรมดาที่ไร้ปีก   
  .
 แม้ว่าเธอไม่เคยทิ้งฉัน แม้ว่าเธอจะเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีเหล่านั้น
 .
ฉันจึงต้องออกตามหาความสุขอันเก่าแก่ของฉัน
มันคงอยู่ที่ไหนสักแห่ง อยู่กับเธอที่ใดที่หนึ่งที่ฉันไม่อาจ ตามหา
.
ไปยังที่ที่เคยมีเธอ ที่ที่มีความสุขของฉัน
และมันคงช่วยให้ฉัน หายทรมาน
ลบล้างความร้าราน ปลดปล่อยฉันให้ล่องลอย ไปไกลด้วยปีกของเธอ
.
และหากเธอโกรธ ที่ฉันจากเธอมา ขอให้รู้ว่าฉันไม่มีแล้วความสุขหลังจากเธอมา
ไม่มีแล้วเพราะฉันมีเพียงเธอ คนที่รักแต่ไม่อาจอยู่ด้วยกัน จึงจำเป็นต้องจาก
เธอคือซาตานที่บินได้ และฉันเป็นเพียงสิ่งธรรมดาที่ไร้ปีก
หากขออีกครั้ง ช่วยพาฉันโบยบินอีกที สู่ที่ที่กว้างไกล
ห่างไกลจากความเป็นฉัน เป็นสิ่งที่ทุกข์ทรมาน
.
และฉันจะบอกเธอยามที่ล่องลอยกว้างไกล ว่าฉันนั้นรัก รักเธอมากเพียงใด
เหมือนที่ฉันรับรู้ว่เธอนั้น ยังคงรัก รักฉันมากเพียงใด
.............................................................
 
 ..............................................................................................................
เนื้อเพลงโดย : salinsiree
เรียบเรียง: ยังไม่มีการเรียบเรียงแต่อย่างใด บลา บลา บลา
ทำนอง: ปราศจากท่วงทำนอง บลา บลา บลา
.............................................................................
©salinsiree

If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com

salinsiree quotes 🌿 chapter.8

 เขาอยู่สุดสายตาจากข้า เป็นเวลานานที่ไม่อาจมองเห็น
แต่ข้าอยู่ในสายตาเขาตลอดเวลา เป็นเวลานานที่ถูกเฝ้ามอง
-salinsiree
.
ข้ายืนอยู่บนที่สูงเพียงเพื่อมองท้องฟ้าให้ชัดเจนมากขึ้น และมองลงเบื้องล่างให้กว้างออกไป
-salinsiree
.
ข้าเขียนหนังสือเกี่ยวกับดอกไม้ที่ไม่อาจผลิบาน มีตอนจบที่ไม่แน่นอน บ้างว่าในท้ายที่สุดดอกไม้จะตายลงเพียงเพราะผู้คนไขว่คว้าเพื่อสัมผัส บ้างว่าจบลงด้วยดี มีสักคนที่มีค่าดูแลดอกไม้ และมันผลิบานให้สักคนที่ดูแลได้ชมเพื่อรักมัน
-salinsiree
.
มีน้ำตาไหลมามากเกินไปเมื่อเขายังอยู่ รู้ว่าเขารัก แต่ทางที่มีของเราไม่ใช่ที่ที่เราจะอยู่ได้ ในเมื่อเขาเป็นซาตานที่บินได้ ข้าก็ไม่อาจทำใจเพียงเพื่อขอให้ได้มีเขาอยู่ด้วยกัน
-salinsiree
.
ข้าเคยบินได้เพราะปีกของเขา แต่เมื่อเขาจากไป
ข้าก็แค่กลับมาเดินเล่นช้าๆ ตามแต่กำลังกายจะมี และใจที่ต้องการ
-salinsiree
.

หลายคนบอกว่าข้านั้นคือความมืดมิดและชอบสีดำ อาศัยอยู่กับมันเสมอ-ตลอด
แต่ใครจะรู้ว่าข้านั้นชอบแสงอ่อนๆของสีสันต่างๆที่สวยงาม และความสว่างที่ข้าต้องการในทุกๆวันเพื่อการมองเห็นยามที่ต้องเปิดหนังสือที่รัก เพื่ออ่าน
-salinsiree
ข้ามักทำสิ่งดีๆหล่นหายระหว่างทางที่ข้าออกเดิน บางคนทุ่มเทให้ได้สิ่งใหม่มาทดแทนระหว่างทาง แต่ข้าขอย้อนกลับไปเพื่อตามหาสิ่งที่หล่นหายคืนมา แม้มันอาจทำให้เวลาของข้าต้องหยุดเดินต่อ เพราะต้องถอยหลังกลับไป
-salinsiree
.
ถ้าเจ้าเป็นเพื่อนแท้ของข้า จะต้องไม่หวงข้ากินอย่างที่เจ้าทำ หยุดอยู่เฉยๆและแบ่งขนมนั่นมาซะดีๆ
-salinsiree
.
ข้าแบ่งให้เจ้าได้เสมอ หากข้าได้มันตามที่เหมาะสมแล้ว
-Ken'z
.
ข้าไม่อาจลืมวันสุดท้ายที่เฝ้ามองผู้เป็นมารดาของข้าหมดลมหายใจ แม้จะผ่านมาหนึ่งปี แต่ที่ตรงนี้ของใจข้าเหมือนพึ่งผ่านมาไม่กี่วินาที
-salinsiree
.
ข้าเฝ้ามองหนังสือมากมายที่อยากได้ ตัวอักษรเหล่านั้นทำข้าหวั่นไหว แต่เหรียญในกระเป๋าทำใจข้าไหวหวั่น เพราะต้องย้ำเตือนว่ายังไม่อาจได้มันมาวันนี้ และวันนี้ยังไม่อาจได้อ่านมัน
-salinsiree
.
เส้นทางของข้าถูกกำหนดมาแล้ว หลายคนที่มีชื่อเสียงสร้างคำที่โด่งดังว่าเราสามารถกำหนดชะตาของตนเอง แต่มันก็ไม่ใช่เสมอไป ไม่ใช่ในทุกเรื่อง เมื่อความตายไม่อาจยื้อหรือเลือกได้หากความเจ็บป่วยมาเยือนเพื่อขโมยวิญญาณไป
-salinsiree
.

วันนั้นข้าเห็นเด็กสาวคนหนึ่ง ผู้หวาดระแวงที่จะถืออาวุธซึ่งมีคมให้มั่นคง ไม่ให้ร่วง-หล่นจากมือ
แต่วันนี้เด็กสาวกลับมาหาข้าพร้อมกับอาวุธที่ทำขึ้นเองและเล่าเรื่องราวต่างๆมากมายให้ข้าได้ฟังว่า
"ความกลัวไม่ได้สอนให้ข้าเก่งขึ้น แต่สอนให้ข้าต้องเอาตัวรอด เมื่อข้าอยากที่จะหายใจต่อ ข้าจึงต้องจับมันให้มั่นคงพอ เพื่อให้มันพร้อมที่จะลุยไปกับข้า แน่นอนข้ายังคงหวาดระแวงอยู่นะ"
และเด็กสาวก็หัวเราะ
-koma sensei
.
ข้ากลับไปหาอาจารย์ของข้าอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่ข้ารู้ว่าสมควร ท่านยังคงมองข้าเป็นเด็กสาวที่ต้องฝึกฝนอย่างหนักเหมือนเคย แต่การพูดจานั้นเปลี่ยนไป ท่านบอกว่าข้าได้เติบโตขึ้นมากและแกร่งขึ้นท่ามกลางความอ่อนแอที่รายล้อม ข้าเล่าเรื่องต่างๆมากมายที่ผ่านมาให้ท่านได้ฟัง ท่านฟังพลางครุ่นคิดและมองดูข้า ท่านเอ่ยว่า "แม้เจ้าจะเจ็บป่วยและไม่อาจสู้ได้เก่งเหมือนศิษย์หลายคนของข้า แต่เจ้ามีความอดทนต่อชีวิต ต่อความทรมานของร่างกาย ต่อการบิดเบี้ยวของจิตวิญญาณได้ดีกว่าทุกคนที่ข้ารู้จัก จงดูแลสิ่งนั้นของเจ้า จงระแวงว่ามันอาจสลายเหมือนที่เจ้าชอบระแวงว่าอาวุธมีคมจะทำร้ายเจ้า" แล้วมือของท่านก็วางบนไหล่ของข้าอย่างเบามือ
-salinsiree
.

 ข้าบอกอาจารย์ว่าจะพักที่นี่สักคืน จึงถามท่านว่า พอจะมีมันฝรั่งทอดให้ข้าบ้างไหม ข้ารู้สึกหิว
-salinsiree
.
มันจะมีเสมอเมื่อเจ้าอยู่ที่นี่
-koma sensei
.
................................................................................................................................

...............................................................................................................................
©salinsiree
...
If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com

old times chapter.1

Berend Zweers (1872-1946)
เธออาจสงสัยในความสวยงามของดอกไม้ที่ไม่ต้องพยายามเติมแต่ง หรือบางทีเธออาจสงสัยในความบอบบางของมันที่มี มันลาจากได้ง่ายกว่าการที่มันมีอยู่ หรือบางทีเธออาจได้ยินเสียงของมันทักทาย
........
Bernard F. Eilers - Frisse wandeling, c. 1910
สักช่วงหนึ่งของชีวิต ยังคงจำได้ถึงมิตรภาพที่เคยชอบพูดคุย และใช้เวลาด้วยกัน ความสุขเล็กๆของโลกที่ครั้งหนึ่งเคยเรียบง่าย และจริงใจต่อกัน
........
Adriaan Boer (1875-1940)
ในที่เดิมๆอาจไม่เหมือนเดิมเมื่อเวลาผ่านไป แต่คนหนึ่งคนอาจเหมือนเดิมแม้เวลาจะผ่านไป ที่ใดสักที่อาจเป็นที่ที่เหมือนเดิมสำหรับเขา มันอาจมีไว้เพื่อรอ หรือเพื่อชม การดูมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ทำให้ตนต้องเปลี่ยนตามมัน
            ........     
K.H. Idema, 1886-1968
เดิมทีอาจมีแค่ที่เป็นอยู่ แต่เมื่อเติบโตอาจมีมากขึ้น ทุกอย่างอาจมากขึ้นหรือน้อยลงแต่ความอบอุ่นยังคงอยู่ อาศัยอยู่ในที่ที่คุ้นเคย ที่ปลอดภัย ที่คล้ายบ้าน
........
Benjamin Wilhelmus Stomps - Angstel Een molen aan het water, 1894-1900
การเดินทางไปในที่ที่รู้จัก ทำในสิ่งที่คุ้นเคย และจดจำทุกอย่างของมันได้ ไม่ได้แปลว่าสิ่งเหล่านี้คือความล้าหลัง ความไม่ก้าวหน้า แต่มันคือความทรงจำ หน้าที่ ที่คุ้นเคยเพื่อหล่อเลี้ยงตนและหัวใจ คนเราจะต้องมีสักที่ ที่เป็นที่ที่ตนรัก และชอบที่จะจดจำ
........
Jullien Freres - L ile de Salagnon
แม้มีที่ที่อยากไป บางครั้งอาจทำได้แค่เฝ้ามอง เฝ้ามองเพราะโหยหา หรืออาจเฝ้ามองเพราะเคยรักและจากมา เหตุผลนั้นมีมากที่ไม่อาจกลับไป เมื่อคิดถึงแค่ได้เห็นก็คงพอ แม้จะเห็นได้จากที่ไกลจนสิ่งที่คุ้นเคยดูเล็กลงก็ตาม
 ................................................................................................................................. 
©salinsiree
...
If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com
TWITTER @PHOTOSWriteRead
Facebook/hernameisSaLinsiree

(เรื่องสั้น) heart

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว หัวใจเคยเต้นเป็นปกติ ขึ้นลง-สม่ำเสมอ
มันเริ่มต้นจากการมีความรู้สึก รู้สึก-คือการยืนยันตนว่ามีหัวใจ มีความทรงจำที่ใจปราถนาและซื่อสัตย์ เมื่อฝังใจ หัวใจก็จะจดจำ
.......................................................................... h e art- ...........................................................................
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว หัวใจเคยเต้นเป็นปกติ ขึ้นลง-สม่ำเสมอ
มันเริ่มต้นจากการมีความรู้สึก รู้สึก-คือการยืนยันตนว่ามีหัวใจ มีความทรงจำที่ใจปราถนาและซื่อสัตย์ เมื่อฝังใจ หัวใจก็จะจดจำ

เล่าว่า : เวลาทำให้เกิดหลุมของความทรงจำ บางช่วงเวลาของชีวิตที่มีเรื่องราวดีๆได้ตกหลุมพรางเหล่านั้นไป และตนไม่อาจเสาะหา เพื่อพบว่าหลุมใดกันที่มีความทรงจำดีๆของตนอาศัยอยู่ และตนก็คิดได้ว่า ไม่ได้รู้สึกต้องการหา หรืออยากได้มันกลับมาซึ่งเหล่าความทรงจำทั้งหลาย หัวใจของตนมีเหตุผลที่ไม่คิดหรือจะคิดเสมอ ขอเพียงแค่รู้สึกหัวใจตนก็จะตอบคำถาม แม้บางครั้งหัวใจตนอาจไม่ตอบสนองต่อเรื่องดีๆ ก็เพียงเพื่ออยากจะเก็บเรื่องที่ดีเหล่านั้นไว้ให้แน่นหนา และไม่อยากนำมันมาใช้เพียงเพื่อให้หัวใจเต้นเป็นปกติ

บางสิ่งอาจมีค่ามากขึ้นเพียงแค่ไม่นึกถึงมัน  
หัวใจตนนั้นแตกต่าง ตนรู้ และตนเข้าใจ เมื่อไม่สามารถหาความทรงจำที่ดีเหล่านั้น ตนจึงอาศัยอยู่กับหัวใจที่เจ็บป่วยอย่างเป็นมิตร และพยายามสนิทกับมัน สนิทกับหัวใจดวงน้อยๆที่เล็กเพียงกำปั้นมือของเด็กสาว เด็กสาวที่พบเจอเรื่องราวมากมายที่ใหญ่กว่าหัวใจของตนเอง

และตนเองยอมรับในเรื่องนั้น เรื่องที่ตนเองมีชีวิตอาศัยอยู่ในเรื่องราวที่มีผลกระทบต่อหัวใจ และจะยังคงมีต่อไป เพียงแค่หวังว่าหัวใจนี้จะแกร่งพอรับไหว แม้จะบาดเจ็บอยู่และเต้นขึ้น-ลงไม่สม่ำเสมอ แต่มันก็ยังคงเต้น แม้ไม่เป็นจังหวะเรื่อยมา แต่มันก็ยังคงจะเต้นเรื่อยไป ไปจนถึงวันที่เวลาของตนหมดลง

ทุกเรื่องราวของการเติบโต มีผลต่อหัวใจในกายคน ที่ว่าวันหนึ่งจะมีความสุขนั้น ความคิดนี้เรียกว่าความหวัง ที่ว่าวันนี้เสียใจนั้น ความคิดนี้เรียกว่าผิดหวัง ทุกเรื่องราวมักเดินทางพร้อมกับความรู้สึกเสมอ ผู้ที่โชคดีมีแสงสว่างโอบกอดกายนั้น-หัวใจมักจะเต้นเร็วด้วยความสุขและดีใจ ไม่เคยผิดหวังในเรื่องใดที่ตนรัก และมักไม่เคยสัมผัสความทรมานในด้านลบของชีวิต คนเหล่านี้มีความทรงจำที่สวยงาม อาจน้อยแต่หากมีบ่อยครั้งก็จะทำให้แข็งแรง เอ่อล้นเป็นความทรงจำดีๆ ที่ไม่อาจลบด้วยเรื่องราวร้ายๆที่เล็กน้อยเกินไป หัวใจคนเหล่านี้จะเต้นไปอีกยาวนานในเวลาที่ดีของชีวิต 

ส่วนผู้ที่โชคร้ายมีแสงสีเทาโอบกอดรอบตัวจนกลายเป็นมิตรที่สนิทนั้น-หัวใจมักจะเต้นเร็วด้วยความกังวล สับสนและทุรนทุราย พลางทำลายกายตนให้อ่อนแอ ไม่มีแรงแม้แต่จะเคลื่อนไหว บ้างมีน้ำตาและเดียวดาย มากมายในสิ่งที่ยากเย็น และรู้จักความเหนื่อยล้าของกาย-หัวใจที่รู้สึกถึงช่องโหว่มากมาย และอีกมากมายที่หัวใจจะรู้สึกและทำลายตนให้อ่อนแอ 

ส่วนคนที่ไม่มีอะไรเลย คือไม่มีทั้งแสงของสีใดๆสะท้อนออกมายามที่ชีวิตตนมีเรื่องราว ไร้ความรู้สึกและไม่จริงจังต่อความทรงจำใดๆ หากจะว่าดีก็ดีต่อหัวใจที่ไม่ต้องทำงานหนัก หากจะว่าร้ายก็ร้ายต่อหัวใจที่จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้หัวใจ เพราะไร้ความรู้สึกจนทำให้การกระทำของตนในแต่ละวันเป็นไปตามความรู้สึกที่เรียกว่า ไม่สนใจ เพราะหัวใจปราศจากความใส่ใจ หากนานวันสิ่งนี้ทำให้เลวร้ายลง มันจึงจะเรียกได้ว่าไร้ค่า กลายเป็นเพียงสิ่งไร้ค่า รอแค่เพียงเวลาให้หมดลงแล้วค่อยย่อยสลาย

S- คนที่มีหัวใจนั้นกำเนิดมายังคงเท่าเทียมกัน เพียงแต่เวลาของแต่ละคนไม่เท่ากัน และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้หัวใจของแต่ละคนเดินทางอยู่ในเรื่องราวที่แตกต่างกัน บางคนนั้นรู้แล้วว่าหัวใจเจ็บป่วย เมื่อหมดทางรักษาทางกาย ก็พยายามเยียวยาตนเองทางใจ คนเหล่านี้พยายามนึก นึกหาถึงช่วงเวลาที่ดีๆของเวลาที่ล่วงเลยผ่านมาแล้ว บางคนอาจพึ่งผ่านมา บางคนอาจผ่านมานานมากแล้ว 

ซึ่งคนเหล่านี้ส่วนมากความทรงจำที่ดีจะมีเพียงน้อยนิดและห่างไกล เหมือนอยู่ไกลจนความทรงจำหล่านั้นแทบไม่มีผลต่อหัวใจ เพียงเพื่อพยายามนึกถึงสิ่งที่ดีมาเยียวยาหัวใจ ก็กลายเป็นความว่างเปล่าสีเทาหม่นที่จำไม่ได้

ทำได้แค่เพียง ยอมรับ และเปิดใจของตนไม่ปิดกั้นใจต่อสิ่งที่ต้องเป็นหรือเป็นอยู่ และสวัดดีความ ชินชา เพื่อสนิทกับมัน หลายคนมักรู้จำคำๆนี้ในความหมายที่ไม่สวยงามนัก ทั้งที่คำๆนี้ได้ช่วยชีวิตของสิ่งมีชีวิตมามากมายและไม่ได้รับคำขอบคุณอย่างที่ควรจะได้รับ หรือเหมาะสม

จงใช้ความชินชาให้ถูกวิธีพราะความชินในอีกมุมหนึ่งคือการยอมรับเพื่อรักษาหัวใจ เมื่อไม่ปิดกั้นตนเองต่อสิ่งที่ต้องเจอ หัวใจก็จะไม่ต้องทำงานหนักหรือเต้นเร็วเกินไปต่อสิ่งที่ต้องรู้สึก เพราะความคิดที่อดทนเพื่อชินต่อสิ่งนั้นๆจะช่วยหัวใจที่เจ็บป่วยอยู่ไม่ให้รู้สึกต่อต้านมากจนเกินไป แต่จะรู้สึกปรับตัวและไตร่ตรอง เพื่อคิด 

คิดให้ได้ว่าเมื่อวันนี้อดทนจนยอมรับ และไม่ปิดกั้นต่อสิ่งที่ต้องเจอ หัวใจอาจจะไม่ต้องฝืนเพราะทนทุกข์มากเกิน และอาจทำให้มันมีแรงเต้นต่อไปเรื่อยๆ แม้ไม่สม่ำเสมออีกต่อไป แต่มันก็จะเต้นต่อไป เพิ่มเวลาให้ตนได้อยู่เพียงเพื่อจะได้เห็นสิ่งนั้น สิ่งนี้ เพียงเพื่อตนจะได้ดู ได้มอง ได้ทำ ได้คิดและสัมผัส เพียงเพื่อสักวันหนึ่งอาจมีเรื่องราวดีๆที่แม้เพียงเล็กน้อยแวะมานั่งพักไกล้ๆ ให้ตนได้ดู ให้ตนได้มอง ได้คิด ได้เห็นและสัมผัส 

ถึงตอนนั้นตนอาจคิดได้ว่าวันนี้อาจแตกต่าง จากวันนั้น วันที่ใจยังไม่ได้ยอมรับ แต่วันนี้ยอมรับแล้ว แม้ไม่ได้สุขตลอดไป แต่จะมีอยู่เพื่อได้เรียนรู้ตลอดไป ตลอดการเดินทางของคนๆหนึ่งที่มีหัวใจเต้นขึ้น-ลง ไม่สม่ำเสมอ

หากวันนี้หัวใจเจ็บป่วย จงยอมรับ ยอมรับการเยียวยา และจงนึกถึงวันข้างหน้า
..

 ......................................................................
©salinsiree
...
If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com
https://www.facebook.com/sadwitchwritng/

salinsiree quotes 🌿 chapter.7

ในความจริง ข้าดูอ่อนในทุกการกระทำต่อเจ้า โง่เขลาและอ่อนหัด
แต่ในความคิด ข้าได้ฟาดฟันเจ้าด้วยความชัง และการแสดงอันยอดล้ำ
-salinsiree
.
ข้าโหยหาความเงียบ เพียงเพื่อเสียงที่ชัดเจนของเจ้า
-salinsiree
.
หัวใจข้านั้นเจ็บป่วย และผู้รักษาได้ตายจาก
-salinsiree
.
เจ้าไม่ต้องการแตะต้องตัวข้า เพียงเพราะไม่ยอมรับใจตนที่ต้องการ
สักวันหนึ่งน้ำตาแห่งความโง่เขลาในตัวเจ้าจะไหล เมื่อเห็นข้าขาดลมหายใจแต่ไม่อาจแตะต้อง
ทั้งที่เจ้าสามารถทำ
-salinsiree
.
ข้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจมีชีวิต ดั่งเช่นที่สิ่งมีชีวิตควรเป็น
แต่กระนั้นข้ายังคงหายใจเฉกเช่นสิ่งมีชีวิตควรทำ
-salinsiree
.
 ข้าฝันถึงผู้รักษากายข้าในอดีต เยียวยากายบาดแผลข้าในฝัน พอเมื่อตื่นจึงรู้ผู้เยียวยาไม่ได้รักษาในความจริง แต่ยังคงรักษาในความฝัน และทิ้งลมหายใจที่ดีขึ้นเมื่อข้าตื่น
-salinsiree
.

ทำไมข้าถึงไม่ปล่อยวางบางอย่าง กับทำใจไม่ให้คิดมาก แต่ข้าก็ไม่ได้โทษใครหรืออะไรกับสิ่งใดหรอก ข้าเป็นคนใจดี ที่ยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างด้วยการคิดมากเพียงลำพัง และทุกข์ทรมานเพียงลำพัง
-salinsiree
.
ผมถามเธอ "เจ้าคิด ว่าเจ้าเป็นคนยังไงเหรอ ?"
คำตอบง่ายง่าย "ข้าก็เป็นข้า" เธอจ้องกลับด้วยดวงตาคมโต เย็นกริบ แต่อมยิ้มเหมือนอะไรสักอย่างที่น่ากลัวและกำลังตรวจสอบเหยื่อที่น่าพึงพอใจ
(from -about her.)
-salinsiree
.
 "แต่ผู้คนนั้นมีมาก มีมากคนก็มากความคิด ตามแต่ความถนัดที่พวกเขาชอบคิด บางครั้ง-ข้าจึงเป็นเพียงแค่บางสิ่งที่ไม่เหมือนกันเลยเวลาอยู่ในความคิดของแต่ละคน บ้างก็เหมือน บ้างก็ไม่เหมือนนะ"
(from -about her.)
-salinsiree
.
ความเมตตาของเจ้าคือการไว้ชีวิตข้า มีอยู่ เพื่อที่จะได้มองดูเจ้าทำลายคนของข้า ที่ข้ารัก
เช่นผู้เป็นมารดาของข้า
-salinsiree
.
ข้าเป็นเด็กสาว ที่ไม่ใช่อย่างพวกเจ้าเป็นและคิด
ข้าคิดและเป็นในสิ่งที่พวกเจ้าไม่อาจ แม้แต่จะมีความคิด
-salinsiree
.
ถ้าเจ้าไม่ได้มีสองโลกเช่นที่ข้ามี และอยู่
ก็อย่าได้คิดว่าข้านั้นรู้จักโลกน้อยเกินไปเพียงเพราะการกระทำของข้า
ในเมื่อเจ้านั้นมีเพียงโลกใบเดียว ก็จงใช้เวลาให้คุ้มด้วยปัญญาของเจ้า
-salinsiree
.
.............................................................................................................................
 1-8
 here
salinsiree quotes .1
salinsiree quotes .2
salinsiree quotes .3
salinsiree quotes .4
salinsiree quotes .5
salinsiree quotes .6

 salinsiree quotes .8 
 ........................................................................................
©salinsiree
...
If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com

(เรื่องสั้น) her ... / part.2

from pt.1 หล่อนไม่อาจไปทวงคืน หัวใจ วิญญาณ เพราะระลึกเข้าข้างตนว่าอาจได้กลับไปอีกครั้ง จึงต้องทนอยู่กับร่างที่ร้าวราน ทรมาน และยากต่อการอยู่รอด หัวใจที่เคยเต้นอย่างกล้าหาญ ตอนนี้ช่างน่าสงสาร หวาดหวั่นที่จะเต้นราวกับกลัวใครสักคนอาจได้ยินและมาทำร้ายหัวใจนี้ที่เล็กเพียงนิดเดียว
here pt.2
หล่อนจึงทน เพื่อให้ได้มาซึ่งลมหายใจ และอาศัยอยู่อย่างเงียบเชียบ ในที่ที่ทางเข้านั้นเปิดออก แต่ทางออกนั้นไม่มี หล่อนปิดตายตนเองแต่ยังคงหายใจและปรับตัว หล่อนบันทึกความทุกข์ให้เป็นระเบียบ และพยายามซ่อนตัวให้เงียบ เพื่อที่ทุกเสียงจะชัดเจน หล่อนนั้นหิวและกระหาย เพราะขาดอาหารและของอร่อยที่คุ้นเคย จิตใจหล่อนฟุ้งซ่าน ขาดการเยียวยาบำบัด หล่อนแน่นิ่งเป็นบางครั้ง บ้างก็ลุกเพื่อเดิน บ้างก็เดินแล้วนอน นอน เพื่อฟังเสียง...

เสียง บางอย่างเรียกหล่อน บางสิ่งกระซิบหล่อน แค่เพียงแผ่วเบาแต่กลับชัดเจนราวกับตะโกนก้อง หล่อนร้องครวญครางและโหยหา สายตาเห็นความไม่มีจริง ก่อตัว และสร้างภาพ มันชัดเจนเพื่อลวงให้หล่อนเชื่อ เชื่อว่ายังคงมี ยังคงอยู่ ยังคงไม่ได้เสียสิ่งใดไป หรือละจากสิ่งใดมา แต่หล่อนไม่เชื่อในภาพเหล่านั้น มันเพียงแต่เป็นภาพหลอนของจิตใต้สำนึก มันถูกสร้างขึ้นเพราะหล่อนผูกมัดมันแน่นหนาเกินไป แต่สุดท้าย..หล่อนก็สามารถเยียวยาตนให้นิ่งงันได้ พลันทุกอย่างก็สงบลง

หล่อนมีเพียงความเหงาและเดียวดาย หล่อเลี้ยงหัวใจและร่างกาย
ทุกๆวันวนเวียนและเยียวยา "ขอแค่ผ่านไปได้ ในแต่ละวันขอให้รอดและหายใจได้ " หล่อนคิด. หล่อนหลงลืมเสียงหัวเราะทั้งจากตนเองและเสียงที่คุ้นเคยจากผู้อื่น คนไกล... ที่อยู่ไกลแสนไกลออกไป.. ในแต่ละวัน หล่อนยังคงเฝ้ามองและรอคอย คอย-ช่องว่างของโอกาส ที่อาจเปิดออก-เพื่อเรียกให้หล่อนเข้าไกล้ -สัมผัสมัน

และหล่อนวาดฝันไว้ ว่าจะใช้โอกาสนั้น ทำตนให้ได้กลับไป สู่ที่ที่เคยอยู่ ที่ที่คุ้นเคย ที่ที่ได้จากมา
.....................................................................................................................
©salinsiree
...
If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com

(เรื่องสั้น) เมื่อข้าเดินเล่น... ข้าคิดเกี่ยวกับเขา

"ขณะเขียน ข้านึกถึงคนที่ได้จากไปแล้ว และคิดเกี่ยวกับคนที่กำลังจะกลับมา ว่าจะได้กลับมาหรือไม่? เราจะได้พบกันอีกหรือเปล่า? หรือเพียงแค่นั้นก่อนจากก็พอแล้ว หากเราพบกันอีก ก็ต้องจากกันอีก ทุกคนพบกันเพียงเพื่อลาจาก ข้าเข้าใจดี"
ข้าจึงไม่อยากพบใคร เพียงเพื่อลาจาก...
ข้าเดินเล่นสู่ที่กว้าง สองเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสดิน บ่อยครั้งชีวิตข้านั้นมีความหนักหนาทางด้านอารมณ์มากเกินไป จิตใจข้าได้รับผลกระทบ และข้าไม่ได้หลบหรือหนีต่อสิ่งนี้ อาจเพราะข้าไม่มีที่ไป ข้าทำได้แค่หาโอกาส..เดินเล่น ข้าจะไม่คิดอะไรขณะออกเดิน ทีละก้าว ข้าสัมผัสลมหนาวผ่านผิวหนัง สัมผัสแสงผ่านดวงตา และสัมผัสอากาศผ่านการหายใจ มันทำให้ข้ารู้สึกเหมือน.บ้าน..นั้นอยู่ไกล้ๆ แม้คำว่าบ้านจะดูห่างไกลนักสำหรับข้า ข้าไม่ต้องการพร่ำเพ้ออะไรที่สวยงาม หรือบรรยายคำที่สวยหรูต่อสิ่งที่จะพูด หรือแม้กระทั่งชื่นชมดอกไม้หลากสีสัน ข้าคิดว่าแค่มองดู คงพอแล้ว แค่คิดในใจก็ดังมากพอที่ตัวข้าเองจะได้ยิน ข้าถามตนเองบ่อยครั้งในช่วงนี้ เป็นคำถามใหม่ๆที่ข้าคิดขึ้นมาหลังจากที่ข้าได้เรียนรู้หลายสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวข้าเองในปีนี้ ว่าทำไมใจข้าถึงยอมรับความทรมานได้ยากนัก ทำไมต้องทรมานทั้งที่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมข้าถึงไม่ปล่อยวางบางอย่างกับทำใจไม่ให้คิดมาก แต่ข้าก็ไม่ได้โทษใครหรืออะไรกับสิ่งใดหรอก ข้าเป็นคนใจดี ที่ยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างด้วยการคิดมากเพียงลำพัง และทุกข์ทรมานเพียงลำพัง แต่วันนี้ข้าไม่ได้คิดอะไร นอกจากเดินเล่นอยู่ท่ามกลางสีเขียวสบายตาของธรรมชาติ ข้าเห็นต้นไม้ พุ่มไม้ และสีสันสดใสต่างต่างของดอกไม้ บ้างก็รู้จักชื่อ-บ้างก็ไม่รู้จัก ผืนหญ้าห่อหุ้มเท้าทั้งสองของข้า แต่ข้าชอบเดินสัมผัสผืนดินที่สะอาดมากกว่า...
บางครั้งข้าเห็นเขา... ทั้งยามหลับตาและลืมตา เขาถามข้าเสมอว่าทำไม เธอต้องทำอย่างนั้น ทำไมเธอต้องทำอย่างนี้ และข้าก็ตอบเขาเสมอ.. เขาเป็นคนสุขุม ใจดี และดุร้าย ความร้ายกาจของเขาคือความเผด็จการต่อการดูแลคนของเขาที่มีมากมาย ทุกอย่างของเขานั้นเรียบร้อยเสมอ และมีความสะอาดอยู่ทุกที่ที่เขาเข้าไกล้ แม้กระทั่งตัวข้า มันจะสะอาดเสมอเมื่อเขาเข้าไกล้ และสัมผัส ดวงตาของเขามีสีน้ำเงิน บ้างก็สีเขียวเข้มหากต้องแสง เขาพูดน้อยเสมอ เน้นการกระทำมากกว่า แต่ข้ามักจะพูดเยอะและมากกว่าเขาตลอดเวลา เขาเคยพูดว่า แค่ฟังข้าพูดนั่นก็มากพอแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก "ชอบฟังข้าพูดเหรอ?" ข้าถามเขา และเขาตอบว่า "ใช่" สั้นๆบางครั้งก็พยักหน้าแทนคำพูด เขาพยายามสอนข้า ให้พูดได้หลายภาษา น่าแปลกที่เขามักเน้นภาษาที่หายาก ภาษาชนเผ่าต่างๆ หรือของสถานที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป ไกลจนคนทั่วไปไม่อาจรู้ว่าพวกเขาสื่อสารกันด้วยภาษาอะไร ข้าถามว่า"เพราะอะไร" เขาบอกข้าว่า "หากวันใดเธออยากพัก หรือหนีจากบางสิ่ง บางสิ่งที่หนักหนาจนเธอแบกเอาไว้ไม่ไหว เธอควรจะไป ในที่ไกลๆ ไกลมากพอที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ" และเขาสอนข้าเพิ่มว่า "ภาษาพวกนี้ไม่ใช่ภาษาหลักของคนเรา แต่เป็นภาษาที่ควรรักษา ยิ่งเก่า เรื่องราวยิ่งมีมาก วันใดหากเธอได้ไปที่นั้นๆและพูดคำว่า สวัสดี ในภาษาของเขา เธอก็จะมี -ดินแดน- ของเธอเพิ่มมากขึ้น" และข้าพยักหน้า
ดอกไม้สีขาวไม่เหมาะกับข้า ข้าไม่เหมาะสมกับมัน แต่ถ้าถามว่าข้าชอบดอกไม้สีอะไร คำตอบคือ สีฟ้าสดใส หรือน้ำเงินสดใส 💙 เมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้ข่าวเกี่ยวกับเขา เขาก้าวหน้าและมีความยิ่งใหญ่เพิ่มมากขึ้นในโลกของเขา โลกที่น่ากลัวและอยู่ยากสำหรับคนธรรมดาอย่างเรา และข้าชื่นชมเขาอยู่ที่ไกลๆตรงนี้... มีคนบอกข้าว่า เขายังคงไม่มีใครเพราะเขาดูเหมือนไม่มีสิ่งใดสามารถเข้าถึงได้ สูงส่งและดุดัน และเพราะเขาไม่สนใจใคร ข้าคิดว่าเขายังเป็นเพียงวัยรุ่นคนหนึ่งที่ภาระหน้าที่ทำให้เป็นผู้ใหญ่ แต่ข้าก็ได้เห็นเขาในหลายๆด้านของจิตวิญญาณมาก่อนแล้ว และข้าดีใจที่ได้เรียนรู้สิ่งนั้น ข้าเชื่อว่าสักวันเขาจะได้พบคนที่จะสามารถ รัก และข้าเองก็จะดีใจที่ได้รู้ เพราะนั่นหมายถึงเขามีความสุขมากๆแล้ว ข้ายังคงคิดเสมอว่าเขาอาจยังคงคิดเกี่ยวกับข้า -บ้าง เพราะข้าเป็นสิ่งบางอย่าง ไม่ใช่สิ่งที่จะลืมเลือนได้ง่ายๆ และข้าเข้าข้างตนเองเสมอว่าเขาคิด เกี่ยวกับข้า... สหายตัวน้อยๆจากดินแดนเล็กๆที่ห่างไกล

ผู้ที่เคยใช้บางสิ่งเป็นอาวุธและสองมือจับสิ่งนั้นแน่น เพื่อวิ่งไป หาเขา และแทง ปักลงตรงที่ซึ่งหัวใจของเขานั้นเต้นอยู่ และเพราะเขารู้ว่าข้าไม่อาจทำสำเร็จ นั่นหมายถึงมันไม่ลึกพอจะสัมผัสหัวใจ เขาจึงยอมให้ข้าได้ทำมัน... จากวันนั้นถึงวันนี้ เขายังคงอยู่ในที่ที่ไกลเหลือเกินจากข้า และพกพาแผลนั้นที่ข้าได้ฝากไว้ติดตัวอยู่เสมอ ตลอดเวลา และข้าหวังว่าเขาจะให้อภัยข้าบ้างแล้ว ในตอนนี้
ลักษณะของดอกไม้ที่มีขนาดเล็กๆนั้นข้าชอบมัน เพราะเมื่อมันอยู่รวมกันเป็นกลุ่มหรือมีเยอะมาก มันสวยดีนะ ข้าคิดอย่างนั้น 💚 เขาเป็นคนที่ดี แต่คนเรามักแปลกเสมอ เหตุผลที่ต้องทำลายกันและกันนับวันยิ่งน้อยลงทุกที ทำไมข้าถึงทำร้ายเขาน่ะเหรอ? มันเป็นบาปส่วนตัวของข้าที่ข้าเลือกจะเก็บเอาไว้ ลึกลงในสุสานของใจข้าที่มีพื้นที่มากมายแต่ก็ไกล้จะเต็มแล้วหลังจากที่ล่าสุดข้าได้เก็บผู้เป็นมารดาของข้าลงไปในนั้นอีกคน ข้าได้แต่แอบหวังเพียงเล็กน้อย ว่าเขาจะยังคงคิดเกี่ยวกับข้า แม้ไม่อาจให้อภัยข้า หรือเกลียดข้า ข้าก็เต็มใจยอมรับมันด้วยความจริงใจ เพราะข้านั้นยังคงคิดเกี่ยวกับเขาเสมอ เช่นเดียวกันกับที่ข้ายังคงคิดถึงสหายคนอื่นๆที่ได้จากไปแล้วตลอดกาล หรือจากไปอยู่ในที่ที่ไกลห่างจากข้านั่นเอง สำหรับคนที่จากไปแล้วตลอดกาล สวรรค์คือบ้านของพวกเขา พวกเขาได้พักผ่อนแล้ว ส่วนคนที่ยังอยู่นั้น ข้าหวังเสมอว่าชีวิตของเขาพวกจะดี ตลอดไป 

และแล้ว...
การเดินเล่นของข้า ที่คิดไว้ว่า วันนี้จะไม่คิดอะไรเพราะมาเดินเล่นนั้น สุดท้ายแล้ว ข้าก็ยังคงคิด.
.................................................................................................................................
©salinsiree
...

If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com

salinsiree quotes 🌿 chapter.6

เจ้าไม่จำเป็นต้องเกลียดข้า เพราะข้าไม่มีพื้นที่มากพอสำหรับความเกลียดอีกต่อไปแล้ว รักข้าสิ เพราะมันยังคงมีที่ว่างมากมายสำหรับ ความรัก
-salinsiree
.
ข้ายอมพ่ายแพ้ เพราะข้าเหนื่อยที่จะต้องคิดให้มากมาก ว่าจะชนะอย่างไรดีต่อสิ่งนั้น สิ่งนี้ และเมื่อข้าหยุดคิดและแพ้ ข้าล่องลอย และไม่หนักอึ้ง
-salinsiree
.
ใจข้าเดียวดาย เจ็บป่วย และรู้สึกหนาว
แต่ไม่เท่ากับใครสักคนที่กำลังหนาวเพราะห่างไกลจากข้า ผู้ที่เจ็บป่วย
-salinsiree
.
ข้าไม่ได้ "อยู่" อย่างมีความสุข แต่ข้าอาศัย "อยู่" เพื่อหาความสุข
ข้าไม่ได้มีมัน และยังคงตามหามัน
-salinsiree
.
 ในขณะที่ออกเดินอย่างช้าช้า... ใจข้าได้ล่องลอยออกห่าง และหายไป.. ในขณะที่ข้าออกวิ่งอย่างรวดเร็ว ใจข้าได้หยุดนิ่ง ฉับพลัน และไม่เต้นอีกเลย..
-salinsiree
.
จงชื่นชมข้าเพราะข้าเป็นข้า อย่าชื่นชมข้า เพียงเพราะข้าเป็นใคร
-salinsiree
.
รอยยิ้มเจ้านั้นมีค่า ไม่ใช่เพียงเพราะมันหายาก แต่เพราะว่ามัน สำคัญ ต่อคนที่ใส่ใจเจ้า
-my old friend (he's gone #die)
 .
ฤดูหนาวกำลังมา และข้านึกถึงเจ้า ผู้ที่ชอบเทศกาลมากมายในฤดูหนาวนี้
-my old friend
.
ที่พวกเขาไม่เคยตักเตือน หรือแนะนำทั้งที่รู้ว่าเจ้าทำไม่ถูกต้อง เพราะพวกเขาเห็นเจ้าเป็นเจ้าหญิง ที่ไม่มีวันจะได้เป็นราชินี พวกเขาทำเหมือนเจ้าเป็นเพียง เด็กเจ้าหญิง-เจ้าหญิงเด็ก ที่ต้องคอยเอาใจและทำให้เจ้ามีความสุขในโลกที่สวยงามเสมอ
-salinsiree
.
เจ้าต้องยืนหยัดด้วยความจริงที่ถูกต้อง และบอกในสิ่งที่ควรจะเป็น ให้พวกเขาได้รับรู้ด้วยภาษาของเจ้า ภาษาของเจ้าหญิงที่จะกลายเป็นราชินีในอนาคต
-salinsiree
.
.
ไม่มีเทศกาลใดจะเยียวยาข้าได้ หากไม่มีคนที่ข้ารักอยู่ด้วยในวันนั้น กับข้า แม่
-salinsiree
.
เจ้าไม่ชอบให้ข้าก่อกวนเจ้า แต่เจ้ามักชอบมาก่อกวนข้า ทุกคืน ยามหลับ และยามนิ่งเสมอ
เจ้าทำให้ข้าเคืองก่อน
-Kt.
.
เจ้าทรุดโทรมลง และแย่มาก นี่คงถูกใจใครหลายหลายคนที่มีความฝันอยากให้เจ้าหาย สลายไป
-Ia.
.
น่าเศร้านะ แม้หากข้าตาย สลาย หายไป.. แต่วิญญาณข้านั้นยังคง "อยู่" ขอโทษที่ทำให้ ผิดหวัง
-salinsiree
.
ยามเจ้าลืมตา สงครามนั้นอยู่ตรงหน้า ข้าเปรียบเป็นชีวิตที่เจ้าต้องอาศัยอยู่ แต่ยามเจ้าหลับตา เจ้าจะเห็นบ้าน แต่นั่นหมายถึง จะต้องไม่ตื่น เพื่อลืมตาอีกเลย
-TC
.
ข้ายังคงมองหา... บ้าน.. เสมอ
-salinsiree
.
.............................................................................................................................
 
salinsiree quotes .1
salinsiree quotes .2
salinsiree quotes .3
salinsiree quotes .4
salinsiree quotes .5

salinsiree quotes .7
salinsiree quotes .8 .............................................................................................................................. 
©salinsiree

...
If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com


(เรื่องสั้น) about her... เกี่ยวกับเธอ

"เจ้าคิด ว่าเจ้าเป็นคนยังไงเหรอ ?"
คำตอบง่ายง่าย "ข้าก็เป็นข้า" เธอจ้องกลับด้วยดวงตาคมโต เย็นกริบ แต่อมยิ้มเหมือนอะไรสักอย่างที่น่ากลัวและกำลังตรวจสอบเหยื่อที่น่าพึงพอใจ "แต่ผู้คนนั้นมีมาก มีมากคนก็มากความคิด ตามแต่ความถนัดที่พวกเขาชอบคิด บางครั้ง-ข้าจึงเป็นเพียงแค่บางสิ่งที่ไม่เหมือนกันเลยเวลาอยู่ในความคิดของแต่ละคน บ้างก็เหมือน บ้างก็ไม่เหมือนนะ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่รู้จักข้าได้ดีมาก มากกว่าตัวข้า เจ้าลองไปถามเขาดูสิ เพราะหากข้าพูด อาจจะดูเข้าข้างตนเองก็ได้ แต่ข้าน่ะไม่ใช่คนที่ดีหรอกนะ" เธอยิ้มจนเกือบหัวเราะ
..............
เมื่อผมพบเขาคนนั้นจึงต้องเรียกเขาว่าท่าน ตามความเคารพที่มีให้มาโดยตลอด ผมไม่ได้คิดหรอกว่า เขาคนนั้นจะหมายถึงท่านคนนี้ ผมยังแอบคิดมาโดยตลอดว่าบางทีการสอบถามเรื่องแบบนี้จากคนที่เธอแนะนำเอง มันก็อาจดูเหมือนเป็นการเข้าข้างตัวเธอเองไม่ใช่เหรอ แต่นี่ไม่ใช่ เพราะท่านไม่เข้าข้างใครแต่เข้าใจทุกคนมากกว่า ผมไม่จำเป็นต้องเล่าว่าท่านคือใคร แต่เมื่อมีโอกาส
ผมจึงสอบถามท่านถึงเรื่องเธอ "เธอเป็นคนแบบไหนเหรอครับ คือผมสงสัย บางครั้งผมรู้สึกเหมือนมีเธอหลายคนภายในตัวเธอเพียงคนเดียว" ผมถามท่าน
ชายชรายิ้ม "แล้ว เจ้าคิดว่าอย่างไรบ้างล่ะ ในตอนที่พบกัน" ชายชราถามกลับ
"แปลก เธอเป็นคนที่แปลกครับ.. เหมือนความลับ ดูไม่เป็นมิตรแต่ก็โต้ตอบได้ดี"
ชายชรายิ้มและพยักหน้า ท่านเอ่ยว่า "เธอน่ะ มีหลายบุคลิกนะ ฟังดูอาจแปลกไปหน่อยแต่ก็จริง แต่ละบุคคลิกหรือที่เจ้าเรียกว่า หลายคนในคนเดียว มันคือการแสดงออกต่อคนที่เธอพบเจอ ถ้าเธอเห็นใครว่าควรหัวเราะด้วยเธอก็จะหัวเราะ หรือเธอจะยื่นมิตรให้หากอีกฝ่ายเป็นมิตร แต่เธอไม่ค่อยชอบผู้คนนัก เธอชอบความสงบ" ชายชราตอบอย่างใจดีและไม่ลืมที่จะยิ้มเสมอ
"อย่างนั้นเธอคงไม่ชอบผม ถึงดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่" ผมตอบและหัวเราะเบาเบา
"ไม่ใช่หรอกพ่อหนุ่ม" ชายชราปฏิเสธอย่างอารมณ์ดี "แต่นั่นเพราะว่าเธอจริงใจ เพราะว่าจริงใจเจ้าถึงได้มานั่งตรงนี้กับข้าและถามเรื่องเธอ เธอให้เจ้ามาถามข้าใช่ไหม" ชายชรายิ้ม 
ผมตอบว่าใช่ ท่านจึงเอ่ยต่อว่า "นั่นเพราะเธอจริงใจต่อเจ้านะพ่อหนุ่มช่างสงสัย การที่เธอไม่ได้พูดเกี่ยวกับตนเองเพราะอยากแสดงความจริงใจว่าไม่ได้ลำเอียง แต่ถ้าเจ้าถามข้าว่าเธอเป็นคนอย่างไร ข้าคงตอบออกไปอย่างง่ายง่ายว่าเธอเป็นคนที่น่าเคารพคนหนึ่ง มีความน่าสงสารและน่านับถือด้วยเช่นกัน เธออ่อนโยนต่ออะไรก็ตามที่เธอห่วงใย ไม่ใช่คนร้ายแม้จะดูดุบ้างบางเวลา" ชายชราหัวเราะ "ลองไปถามเธอสิ ลองฟังว่าเธอจะพูดเหมือนเข้าข้างตนเองหรือเปล่าในมุมมองของเจ้า"
ผมพยักหน้า และอยากรู้ในความหมายที่ท่านบอกว่าเธอ น่าสงสาร
...........
ผมเจอเธออีกครั้ง ในสถานที่ที่มีหนังสือมากมายไม่รู้จบ หอสมุด
ผมยิ้ม เธอยิ้มตอบ จากนั้นจึงรื้อหนังสือกองโตสูงกว่าตนเองต่อไปโดยไม่สนใจผม ผมทักทายเธอและชวนคุยเล็กน้อย เธอจึงคุยด้วยโดยไม่ได้ปฏิเสธการสนทนากับผม ผมจึงเล่าเรื่องที่ได้พบและพูดคุยกับท่านให้เธอฟัง แต่ไม่ได้บอกว่าท่านให้ผมมาถามเธออีกครั้งด้วยตนเอง เธอหัวเราะชอบใจ ตรงนี้เธอดูน่ารักคล้ายคล้ายเป็นการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะทำตาวาววับ
"แล้วเจ้าคิดอย่างไร" เธอถามผม
ผมจึงได้โอกาสตอบกลับด้วยคำถาม "ข้าคิดว่า อยากจะลองฟังเจ้าพูดด้วยตนเองบ้างน่ะ"
แล้วลองยิ้มเจ้าเล่ห์เท่าที่จะทำได้ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะทำทำไม เธอเปลี่ยนสีหน้าทันที ชั่วขณะหนึ่งเหมือนผมเห็นความเศร้าวิ่งผ่านดวงตาเธอ แต่แล้วเธอก็ยิ้มฝืนฝืนก่อนบอกว่า
"ไม่กลัวข้าเข้าข้างตนเองเหรองัย" เธอพูด
"ไม่หรอก" ผมตอบ "ถึงจะเข้าข้างตนเองก็อยากลองฟังนะ" ผมทำหน้าตาจริงใจสื่อออกไปเต็มที่
เธอยิ้มเบาเบาและพยักหน้าก่อนบอกว่า "เจ้าน่ะมันไร้สาระนะ รู้ตัวหรือเปล่า" เธอหัวเราะ "เพียงเรื่องเล็กเล็กเจ้าก็ทำดูให้เป็นเรื่องใหญ่ แค่นิสัยหรือตัวตนข้า เจ้าก็ดูจะอยากรู้จนเกินไป" เธอหัวเราะอีกครั้งแต่ดังกว่าเดิม และนั่นทำให้ผมรู้สึกผิดเหมือนพึ่งคิดได้ ว่าทำไมผมต้องอยากรู้เรื่องของเธอมาก ผมนิ่งเงียบไปเล็กน้อย "ไม่เป็นอะไรหรอก ข้าไม่ถือ เจ้าไม่ได้อยากรู้จนน่าเกลียดหรือแสดงกิริยาที่น่าสงสัย แต่เจ้าเป็นเพียงคนช่างสงสัยใคร่รู้ ดีนะว่าเป็นข้า ข้าจึงเข้าใจ" ผมมองเธอ หญิงสาวตัวเล็กเล็กที่ผอมบาง มีผมยาว ยาวมากสีดำสนิทในชุดที่ไม่ว่าจะวันไหนไหนหรือเมื่อไหร่ก็จะเป็นสีดำสนิทเสมอ เธอพูดว่า เข้าใจ
......
ข้าน่ะ
"เป็นสิ่งที่ยึดมั่น ยึดถือ ในสิ่งที่เชื่อและศรัทธาเสมอ ข้าเคารพอย่างสงบเงียบภายในตัวตนและดวงใจของข้า ไม่ได้พล่าม หรือเอ่ยเชิงลอยแต่หนักทางโอ้อวดให้ผู้ใดฟัง รับรู้ และได้ยิน ข้าก็คือข้า เป็นสิ่งที่ถูกมองตามสิ่งที่เรียกว่าร่างกายของข้า เมื่อเคลื่อนไหวในทิศทางไหน มักจะถูกมองและมีชื่อเรียกทันทีหลังจากนั้น แต่ข้าก็ไม่ได้อาศัยอยู่ในที่ที่มีสิ่งมีชีวิตคอยจับจ้อง เพื่อมองและเพ่งเล็งมานานมากแล้วเมื่อข้ายังจำความได้ดี ได้ดีกว่าตอนนี้ ข้าเติบโตและสู่เส้นทางใหม่มานานมากมากแล้ว ซึ่งเส้นทางใหม่นั้น มีความยากยิ่งของการอยู่รอด และยากยิ่งต่อการก้าวเท้าเดินแต่ละก้าว แต่ข้าก็ยังอยู่..." เธอก้มมองมือตนเองที่แบอยู่บนตัก เธอกำมือและคลายออก

"ข้าเป็นคนละเอียดละออในทุกเรื่องราวทั้งที่จับต้องได้หรือไม่อาจจับต้องได้ จนบางครั้งก็มีปัญหาเพราะความละเอียดตรงนี้แหละที่คนรอบข้างมักไม่ละเอียดกับข้าด้วย แต่ข้าก็กระด้างได้ในเรื่องที่ชินและหน่ายนะ ข้ามักจะจม-ดิ่งลึกอยู่กับบางสิ่งที่หลงไหล ชื่นชอบ ข้าคร่ำครวญเมื่อไม่ได้มาในสิ่งที่รัก หรือปราถนา บ้างก็มีเสียง บ้างก็ไร้เสียงขณะคร่ำครวญ ข้าเป็นคนคิดมาก มาก และมากกว่าที่ควรจะเป็น ข้าเป็นอย่างนั้นเสมอมาและไม่ได้ทุเลาลงนักต่อสิ่งนี้ ตอนนี้ข้าก็มีนะเรื่องให้คิดมากน่ะ" เธอหัวเราะ "และก็ ข้าน่ะ เป็นบางสิ่งที่อ่อนแอมากมากเหลือเกิน ไม่ได้ดูดุร้ายหรือเด็ดเดี่ยวอะไรเลย แต่ในขณะเดียวกันความอดทนจนแกร่งกล้าของข้าก็มีสูงมากมากเช่นกัน เพราะยิ่งอ่อนแอข้ายิ่งต้องการความอยู่รอด โหยหาการเยียวยา ในขณะที่ผู้อื่นยอมสลายเพื่อหายจากโลกใบนี้ที่มีความบิดเบี้ยวเล็กน้อย ข้าก็สลายแต่เลือกที่จะไม่ตาย แม้มันจะทำให้ข้าบาดเจ็บครั้งแล้วครั้งเล่าจนทั้งตัวซ่อมแซมไม่ได้" เธอเอามือทาบหน้าอกตัวเอง "แม้เวลาเองยังต้องกังวลต่อตัวข้าเลยนะ แต่นั่นมันก็ทำให้ข้ามีความแกร่ง อดทน แม้ข้าจะอ่อนแอจนเจ็บป่วยแต่บางครั้งข้าก็สดใสนะ อย่าแปลกใจเลย" เธอหัวเราะเพราะมองหน้าผม ผมว่าผมไม่ได้ทำหน้าตาแปลกใจนะ "บางเวลาที่บังเอิญผ่านเข้ามาน่ะ บางครั้งก็ดี มันอาจจะน้อยนิด แต่เพราะว่ามันน้อยนิดนี่แหละมันถึงจดจำได้ง่ายเพราะมีเพียงไม่กี่เรื่องราวเท่านั้น มันจึงง่ายต่อการจดจำ เหมือนที่ข้าเคยเขียนใน today quotes -i am part.2 ว่า "ข้าจำหน้าคนที่ยิ้มให้ข้าไม่ค่อยได้ แต่ข้าจำหน้าคนที่ซื้อขนม-หนังสือให้ข้าได้ ชัดเจน" เจ้าคงเคยอ่านแล้ว" ผมพยักหน้า "ทำไมต้องเป็นขนมและหนังสือน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าข้านั้นชอบที่จะกิน-ดื่ม-ทานของที่ข้าชอบซึ่งมันมีไม่มาก-ไม่กี่อย่างที่ข้าชอบและสามารถทานได้ ข้าทานเก่งหรือกินเก่งมากมาก ตัวข้าเล็ก แน่นอน! แต่พุงข้าจะป่องหากข้านั่งอยู่อย่างนั้นเพื่อกิน กิน" เธอทำท่าทางประกอบ นั่นตลกดี "จากนั้นมันก็จะไม่ป่องเมื่อข้าหยุดกิน เช่นมันฝรั่ง น้ำอร่อยอร่อย ข้าจึงชอบเวลามีคนนำของที่ข้าชอบกินมาให้ เพราะนั่นคือเขารู้ใจข้าและข้ามีความสุขมากตอนกินของที่ชอบ ข้าจึงชอบที่จะจดจำหน้าของคนที่มีของอร่อยมาฝากข้าน่ะ และเพราะข้านั้นรักหนังสือมากมาก รักมากกว่าคนบางคนที่ข้าเคยคิดว่า -รัก ข้ากล่าวเสมอเกี่ยวกับนิสัยข้าตรงนี้ในหลายหลายบทความของข้า ว่าข้าชอบอ่านหนังสือและมีหนังสือมากมายในที่ที่ข้าอยู่แม้ข้าจะแบ่งเก็บรักษาในหลายหลายที่เพราะความหวงและห่วงก็ตาม" -หัวเราะ

"ข้าจึงชอบที่จะจำหน้าคนที่มอบหนังสือให้ข้า เพราะข้าเคารพหนังสือ ข้าจึงเคารพคนที่มอบหนังสือให้ข้าตามแต่ความเหมาะสมของโอกาส เพราะบางครั้งข้าได้หนังสือมาเพื่อแทนคำขอโทษ บ้างก็เพื่อสานมิตรนั่นเอง ก็นั่นแหละข้า เป็นเพียงสิ่งที่ง่ายง่าย แต่ยากที่จะเข้าถึง แน่นอนก็เพราะข้าพูดให้มันดูง่าย ข้าชอบแบบนี้ และหัวใจข้าก็มีความรักนะ รักที่หลากหลาย รักต่อสิ่งมีชีวิตและชีวิตที่เป็นของตน จนถึงบางสิ่งของหลายสิ่งที่ไม่มีตัวตนหรือไร้ชีวิต ข้ามีทั้งรักแท้และมิตรภาพ ไปจนถึงความเกลียดชัง เคียดแค้นและหวังร้าย แต่ก็ยังคงมี ความหวังดีในตัวเสมอ แม้ ณ เวลานี้สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าความลับในใจข้าหรือสุสานลับในวิญญาณข้าก็ตาม แต่มันคือสิ่งที่ดีงาม คือสิ่งที่ข้าเคารพ เหมือนที่ข้าเคารพตนเองเสมอ แม้ภายนอกข้าดูจะทำร้ายตนเองด้วยความคิด -หัวเราะ ข้าก็เหมือนเด็กสาวทั่วไปในบางโอกาสหรือโอกาสที่พยายามหามาเองน่ะนะ มีสิ่งที่ชอบและหลงไหล ข้าชอบบอกกับตนเสมอว่า ความหวังยังมี แต่ไม่ได้ขอให้ สมหวัง เพราะหาก ผิดหวัง ข้าจะทรมาน มาก ความหมายของคำว่า ความหวัง ในภาษาของข้าที่ข้าคิดนั้น ข้าเคยเขียนแล้วในบันทึก hope  เจ้าอาจยังไม่เคยอ่าน" ผมพยักหน้าและตั้งใจว่าจะต้องหามาอ่าน

"ข้าดู -หยิ่งยโส ไม่แคร์ใคร ดูมีความเก่งกล้าไม่ก้มหัวให้ผู้ใด- นี่คือความคิดเห็นของผู้ที่พบเจอในช่วงเวลาสั้นสั้น และข้านั้น ดูเหมือน -ความลับ ลึกลับและอ่อนโยน แววตาดุดันและงดงาม ช่างคิดและมีจิตวิญญาณของนักรบ- นี่คือความคิดเห็นของผู้ที่พบเจอข้าในห้วงเวลาสั้นสั้นและ พบเจออีกในเวลาต่อต่อมา จนให้ความรู้สึกได้ว่า รู้จัก จนบางครั้ง ข้ายื่นมิตรให้ แต่ส่วนมากนั้น ข้ามักเลือกคบคนน้อยนิดหรือไม่คบเลยมากกว่าหลังจากพบเจอเวลาสั้นสั้น ดังนั้นข้าจึงมีคนชื่นชอบน้อยนิดหรือให้ความเคารพน้อยหน่อยเพราะไม่ค่อยรู้จัก แต่ชีวิตของข้าก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้จักให้น้อย แต่เป็นความน้อยที่มีความเคารพมากมากต่อกัน ต่อข้า หรือบางคนข้าไม่ขอต่อเวลาเพื่อพบเจอหรือรู้จักหลังจากที่พบเจอในช่วงเวลาสั้นสั้นอีกเลย เพราะข้าเห็นสิ่งที่พวกเขาพิจารณาข้าผ่านทางอารมณ์ที่กลบเกลื่อนไม่มิดหรือสายตาที่ควบคุมไม่อยู่ ข้ายินดีอย่างยิ่งที่จะแสดงตนให้เป็นในสิ่งที่เขาคิดเพื่อสนองต่อความต้องการในด้านลบของเขาเหล่านั้น และเพื่อเลี่ยงการสานต่อใดใดที่อาจเกิดขึ้น เมื่อเขาคิดต่อข้าเช่นนั้นในขณะที่ข้าเป็นอีกอย่างตรงข้ามต่อสิ่งนั้นที่เขาคิด ข้าก็ไม่จำเป็นต้องไกล้ หากไม่ใช่ธุระที่ต้องกระทำ เพราะแน่นอนข้าเล่นละครได้ดีและมีหลายบทบาทหากจำเป็น ข้าร้ายนะ แม้จะน่าสงสาร ข้าก็ยังสามารถร้ายหากต้องทำ และลึกลึกข้าชอบมัน ก็คนเรามีตัวเลือกไม่มาก ถ้าจะสร้างตัวเลือกให้ตนเองก็ยากหน่อย แต่บางครั้งเวลาก็ไม่มีพอเพื่อสร้างอะไรแบบนี้หรอกนะ" เธอหันมามองหน้าผม ทำหน้าเหมือนพึ่งนึกได้ว่ามีผมนั่งอยู่ข้างข้าง

"เจ้าดูเหมือน เหมือนเคยอยู่กับความทุกข์ เคย เคยผ่านเรื่องที่ร้ายต่อจิตใจมานะ" ผมพูดกับเธอด้วยความไม่มั่นใจ จริงจริงผมไม่มั่นใจอะไรเลยหลังจากที่ได้ฟังเธอบอกเล่าเกี่ยวกับตนเอง เธอเงียบและพยักหน้า นั่นคงหมายถึง ใช่
"แต่ คนทุกคนก็ต้องมีเรื่องที่ยากจะก้าวผ่านมานะ ใครใครก็ต้องเคยมีความทุกข์ ยังมีอีกหลายคนที่ก้าวผ่านมาไม่ได้ ข้ายังสามารถพูดได้ว่า มีโชคดีอยู่บ้าง แม้อาจไม่ได้เรียกว่าสามารถก้าวผ่านมา" 
เธอยิ้มให้ผม เป็นยิ้มที่จริงใจ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เธอยิ้มแบบนี้ให้ผม-ผมยิ้มตอบ แต่ไม่ใช่อย่างที่ตั้งใจนัก "เจ้าไม่เคยมีความทุกข์เลยเหรอ?" เธอเอียงคอสงสัย
"แน่นอน ทุกคนต้องเคยมีความทุกข์นะ" คงเพราะคำตอบผมไม่ชัดเจน เธอจึงถามว่า
"แล้วข้าดูเข้าข้างตนเองหรือเปล่าล่ะ"
"ไม่เลย ข้าคิดว่าไม่หรอก เจ้าพูดทั้งด้านที่ดีและไม่ดี จนบางครั้งข้ากังวลแทนเจ้า"
"กังวลอะไร"
"ข้าคิดว่าเจ้าจะอึดอัดหรือลำบากใจหรือเปล่าที่เล่าอะไรแบบนี้กับข้า ซึ่งเป็นคนอื่น"
เธอยิ้ม "ไม่เลย" เธอตอบ "ก็นะ เจ้าดูไม่มีความชั่วร้าย ดูใสซื่อมากน่ะ" แล้วเธอก็หัวเราะชอบใจเหมือนเด็ก ผมอยากเคืองต่อสิ่งที่เธอพูดนะ แต่ก็ต้องหัวเราะกับเธอ
"ข้าเป็นคนดูคนเก่งน่ะ" แล้วเธอก็เงียบไป
ผมเองที่มีความอยากรู้เพิ่มมากขึ้นแต่ยังคงเก็บความอยากรู้เอาไว้ และตั้งใจว่าจะต้องรู้มากกว่านี้ให้ได้
"เจ้าล่ะ ข้าอยากรู้เรื่องของเจ้าบ้าง" เธอถามขึ้นมา
ผมหัวเราะก่อนตอบว่า "ไม่มีอะไรสำคัญเลย"
หล่อนทำหน้าเคืองเล็กน้อย "ข้าเหมือนเสียเปรียบนะ" หล่อนจ้องหน้าผม และผมรู้สึกไม่ดี
"แต่ก็ช่างเถอะ หากชีวิตเจ้าไม่มีอะไรสำคัญ ก็ควรที่จะทำให้มันมีความสำคัญ หรือมีเรื่องที่สำคัญบ้างนะ" เธอพูดกับผม ผมพยักหน้าและเงียบ รู้สึกผิดเล็กน้อย เพราะว่าผมอยากเล่านะ แต่ผมแค่เล่าออกมาไม่ถูก ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไร และเริ่มจากตรงไหนก่อนดี เหมือนผมความจำเสื่อมชั่วคราวเรื่องตนเอง เธอคงไม่พอใจแน่แน่ หลังจากที่เธอพูดเกี่ยวกับตนเองให้ผมได้รับฟัง มันทำให้ผมเหมือนรู้จักเธอใหม่อีกครั้ง ไม่ใช่หญิงสาวที่ผมคิดว่าไม่เป็นมิตร และดูร้ายกาจก่อนหน้านี้ จริงจริงผมชอบแอบดูเธอเป็นประจำเวลาที่ผมต้องเข้าหอสมุด (หรือตั้งใจเข้านั่นแหละ) เธอเป็นผู้หญิงที่น่ามองเสมอเวลาเคลื่อนไหวร่างกาย ผมชอบทักทายเธอ พูดคุยเชิงกวนใจเธอ ตั้งคำถามเพื่อให้เธอตอบ และเธอไม่เคยพอใจแต่ก็คุยกับผม ไม่ได้ปฏิเสธหรือหนีหน้าผม และผมพ่ายแพ้เสมอยามที่ต้องถกเถียงอะไรสักอย่างกับเธอ มีคนบอกผมว่าเธอเป็นคนแปลก เก็บตัว และลึกลับ จริงจริงแล้วไม่ใช่หรอก เธอแค่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้นมากกว่า และผมอยากรู้มากว่าทำไม เธอบอกว่าชอบที่จะคบคนน้อยนิด แต่ที่ผมได้รู้จักคนที่เธอคบและสานมิตรด้วยนั้นแต่ละคนเป็นบุคคลที่น่านับถือและพวกเขาพูดเสมอว่า นับถือเธอเช่นกัน จนวันที่ผมชวนเธอคุยเรื่องนิสัยพื้นฐานของมนุษย์ เธอบอกว่ามนุษย์นั้นมีนิสัยที่ชอบพกบางอย่างติดตัวด้วยเสมอตลอด ผมถามเธอว่า บางอย่าง คืออะไร เธอตอบว่าไม่แน่นอนเพราะมนุษย์นั้นมีมากเหลือเกิน แต่ละคนพกพาบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน ผมจึงถามว่าเธอพกสิ่งใดติดตัว เธอยิ้มและส่ายหน้าช้าช้า ผมเงียบไปสักพัก จึงตัดสินใจถามว่า "เจ้าคิดว่า เจ้าเป็นคนยังไงเหรอ?" จนถึงตอนนี้ผมคิดว่าเธอเป็นคนที่ผมอยากรู้จักมากกว่านี้และขอเวลาเพื่อพบเจอมากขึ้นกว่าตอนนี้ เพราะผมอยากที่จะเป็นหนึ่งคนในนั้นที่เธอคบหาด้วยมิตร ก็หนุ่มช่างสงสัยแบบผมนี่แหละ
"ข้าขอตัวนะ"
เหมือนสติผมพึ่งกลับมา หลังจากได้ยินเสียงเธอพูด
"เดี๋ยวนะ" ผมเรียก
"มีอะไรเหรอ" เธอถามเสียงราบเรียบ แต่สีหน้าไม่ใช่
"แล้วข้า เอ่อ..."
"เจ้ามีอะไร พูดสิ" เธอเริ่มทำหน้าหงุดหงิด มันชัดเจนมาก

ผมคิดว่าผมไม่สมควรพูดนะ แต่ก็พูดออกไป
"ไม่มีอะไร ข้าแค่อยากจะถามเจ้า ว่าข้าสามารถขอเวลาเพื่อพบเจอเจ้าบ้าง แบบว่า เพื่อ รู้จัก...ได้ไหม" หัวใจผมเต้นแรงมากและหายใจลำบาก ผมไม่สงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับอาการนี้หรอก เพราะผมรู้สึกอย่างนี้เสมอตอนที่ต้องคอยมองหาเธอในหอสมุด ช่วงเวลาที่ยังหาเธอไม่พบ ผมจะรู้สึกเช่นนี้เสมอ -กังวลใจ

เธอเงียบ และมองตรงไปข้างหน้าไม่ได้จับจ้องสิ่งใดหรือผมมองไม่เห็นมันเอง มีแต่ผมที่จ้องมองเธอจากด้านข้าง และผมคิดว่าผมชอบนั่งข้างข้างเธอ แบบนี้นะ

"ปกติแล้ว เจ้ามากวนใจข้าอยู่เสมอนะ" เธอหันมามองหน้าผม "ข้าพูดคุยกับเจ้าได้เสมอ ถ้าเจ้ามา"
ผมยิ้มรับและพยักหน้า "ขอบคุณ" นั่นคือคำที่ผมพูดออกไป... และหัวใจผมเต้นปกติดีแล้ว
..........................................................................................................................
...........
 ©salinsiree

...

If you have any questions, or would like to talk, contact me!

salinsiree.witchy@yahoo.com