เล่าหนังสือ : วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว


หนังสือ "วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว" เป็นเรื่องราวที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น และความหวัง ภาษาเขียนอ่านง่ายสบายใจถูกจริตกับตนเป็นอย่างมาก

มันอบอวลไปด้วยการสะท้อนให้เห็นชีวิตของ "อากิโกะ" ตัวเอกของเรื่องที่เริ่มต้นจากวัยเยาว์จนถึงวัยกลางคน การเปลี่ยนผ่านและการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาเหล่านั้นสอดแทรกแง่คิดเอาไว้มากมาย ทั้งจากผ่านมุมมองของอากิโกะที่มีต่อมารดา ต่อการงาน และเรื่องราวรอบตัว รวมถึงเรื่องอาหารอันเป็นดวงใจของเรื่อง (ซึ่งเป็นจุดที่โปรดปรานของตน "ผู้อ่าน" เป็นการส่วนตัว)

จนเมื่อมาถึงจุดเปลี่ยนผ่านกระทันหันในวัยกลางคน ทำให้อากิโกะต้องลาออกจากงานที่ทำมานานแสนนาน และยังต้องใช้ชีวิตคนเดียวเมื่อมารดาของตนเสียชีวิตกระทันหัน รวมถึงได้ทิ้งร้านอาหารซึ่งเปรียบได้ว่าเป็นจุดสำคัญในการตัดสินใจครั้งใหญ่ของอากิโกะในวัยกลางคน ว่าจะทำอย่างไรกับร้านอาหารของผู้เป็นมารดาที่ตนมักจะมองในมุม "ที่ไม่พอใจแต่ก็เข้าใจ" อยู่บ่อยครั้ง ถึงวิถีการจัดการร้านของมารดา ต่อลูกค้า และอื่นๆเรื่อยมาตั้งแต่เธอยังเด็กจนถึงตอนนี้

จนในที่สุดอากิโกะก็เลือกที่จะทำตามฝันใน "เรื่องอาหาร" เริ่มต้นจากการเรียนรู้ อดทน และใส่ใจในรายละเอียดต่างๆของการทำอาหาร ส่วนตัวชอบการบรรยายถึงขั้นตอนในการทำอาหารในแต่ละอย่างไม่ว่าจะสั้นหรือยาวในแต่ละบท "เพราะผู้อ่านเป็นคนชอบทำอาหาร" และแน่นอนว่าร้านอาหารในฝันของอากิโกะต้องแตกต่างจากแนวทางที่มารดาเคยทำมาตลอดชีวิต อากิโกะเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงร้านใหม่ให้เป็นไปในแบบที่ตนชื่นชอบในทุกๆอย่าง ใส่ใจในทุกๆขั้นตอน

และเลือกตัดสินใจทำอาหารอย่าง "แซนด์วิช ซุป สลัด ผลไม้จานเล็ก ขนมปังมีแบบโฮลวีตและใช้ยีสต์ธรรมชาติ เลือกได้จากสองชนิดนี้" นี่คือรายการอาหารหลัก จากกระดานดำขนาดเล็กแบบตั้งได้ ที่อากิโกะเขียนด้วยชอล์กเพื่อตั้งหน้าร้าน ให้ลูกค้าได้เห็น-อ่าน

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ยิ่งใหญ่นักสำหรับจิตใจของอากิโกะ

ทั้งกระแสตอบรับที่ไม่ดีจากลูกค้าเก่า ร้านค้าข้างเคียง การตำหนิติเตียนจากผู้คนรอบตัวที่แนะนำเชิงตำหนิ และยังมีการไปมาของผู้คนที่คอยหอบหิ้วเรื่องราวต่างๆมาทิ้งไว้ที่หัวใจของอากิโกะให้ได้คิดมากและตระหนักนั่นนี่อยู่เสมอ

ซึ่งอากิโกะก็น้อมรับทุกๆความเห็นทุกๆเรื่องราวที่เข้ามาด้วยความสงบนิ่ง และไม่เคยเลยที่จะโต้ตอบด้วยอาการขุ่นเคือง แม้ในใจจะไม่พอใจอย่างไรก็จะอดทน ไม่โต้ตอบให้มีเรื่องยุ่งยากมากกว่าเดิม ซึ่งส่วนตัวชื่นชอบและนับถือความหนักแน่นในตรงนี้ของอากิโกะมากๆ ขนาดบางครั้งอ่านเจอถ้อยคำติเตียนท่อนไหนในบทใดก็ตาม เราเองยังอยากตอบโต้และรู้สึกอยากเถียงแทนอากิโกะเอามากๆ ถือว่าเอานิสัยจุดนี้ของอากิโกะมาปรับใช้กับตนได้ในหลายๆเรื่อง ทำให้บางครั้ง ปล่อยวางและ ใจเย็นลง...

แต่อากิโกะก็มีตัวช่วยในการปลอบโยนจิตใจของตนเองด้วยเช่นกัน และนั่นก็คือ "เจ้าทาโระ" แมวลายสลิดตัวอ้วนกลมป๊อก ที่อากิโกะได้รับมาเลี้ยงดูแล หลังจากเจอมันนอนคุดคู้อยู่ตรงซอกข้างร้านตอนช่วงที่เปิดร้านใหม่ๆ เมื่ออากิโกะเหนื่อยล้าจากการทำงานภายในร้านของตนที่อยู่ชั้นล่าง การเลิกงานและกลับขึ้นมาชั้นบนและพบเจอกับทาโระและการออดอ้อนของมันนั้น มันช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าในหลายๆเรื่องให้เบาลงอยู่ เรียกว่า ครอบครัวนี้มันกัน หนึ่งคน หนึ่งตัว สองสิ่งมีชีวิตที่ต้องพึ่งพากันนั่นเอง

เจ้าทาโระทำให้อากิโกะได้เรียนรู้ความหมายของความเศร้า และสุข รวมถึงคอยให้กำลังใจอากิโกะ คอยอยู่เป็นเพื่อน คอยเคียงข้างในรูปแบบเหมียวๆตั้งแต่ตอนต้นเรื่องจนถึงตอนท้ายเรื่อง มันจะทำให้ผู้อ่านที่รักแมวต้องทอดถอนใจเพราะความรักในแบบเหมียวๆระหว่างเจ้าทาโระที่เป็นสัตว์เลี้ยง และตัวอากิโกะที่เป็นเจ้าของ

หนังสือเล่มเล็กๆนี้จึงเต็มไปด้วยความเรียบง่ายที่แฝงความหมายของความรู้สึกไหลวนที่เบาบางแต่หนักแน่น ทั้งทางความรู้สึก นึกคิด มันไม่ใชเรื่องที่เครียดหรือหนักแน่นไปด้วยความดร่าม่า ไม่ใช่แนวผจญภัยหรือสืบสวน แต่เป็นแนวเฉพาะทางที่สบายใจ ที่คุณควรลองอ่านดูสักครั้ง หรืออาจมอบให้ใครสักคนหากคุณต้องการ ในเรื่องนี้ผู้อ่านจะเน้นย้ำเสมอ "หากไม่รับ จงส่งต่อ"

-----------------------------------
หากคุณต้องการหนังสือเล่มนี้ สามารถสั้งซื้อได้ผ่านทางร้านหนังสืออิสระต่างๆ หรือสั่งผ่านทางเพจ สนพ. โดยตรงได้เช่นกันเพราะส่วนตัวก็สั่งผ่านทางเพจ สนพ.โดยตรง (หากตอนนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะ)
-----------------------------------
หนังสือ : วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว
มูเระ โยโกะ : เขียน
สิริพร คดชาคระ : แปล
jiranarong : วาดภาพประกอบ
สนพ. Sandwich Publishing

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น