(เรื่องสั้น) บทสนทนาระหว่าง ไซย์ กับ คาห์ฮา (หนึ่งในอาจารย์ผู้ทรมาน-ฝึกฝนไซย์)


คาห์ฮา 

ข้ารู้ ว่ามีปีศาจขับเคลื่อนอยู่ภายในตัวเจ้า มันลืมตาเพียงหนึ่งข้างแล้วอาจปิดเปลือกตานั่นลงเป็นบางครั้ง แต่ไม่เคยหลับไหลตลอดกาล เจ้าต้องมีวินัยต่อตนเอง แล้วบงการมัน อย่าปล่อยมันให้บงการเจ้า

นี่คือเหตุผล ที่เจ้าถูกกระทำให้อ่อนแอตั้งแต่ยังไม่เติบโตเต็มที่ ทำลาย แล้วปล่อยให้เจ้าแหลกสลาย เย็บบาดแผล ต่อติดเจ้าใหม่ แล้วทำลายอีกครั้ง ซ้ำๆจนเจ้าเจ็บป่วย จิตวิญญาณมีบาดแผล เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่มีพลังในการขับเคลื่อนวิถีชีวิตบนเส้นทางที่แท้จริงของเจ้า

แล้วเจ้าก็เป็นอย่างนั้น...

แต่

มีใครบ้างเล่า ที่ได้รู้ความจริง ของผลที่ตามมา ผลจากเศษเสี้ยวส่วนที่เหลือของการทำลายล้างตัวเจ้าให้เจ็บป่วย มันนานแสนนานจากนั้น จนถูกหลงลืม

ไม่มีใครเอ่ยถึง

ไม่มีใครรู้

จนเมื่อเจ้าได้สยายปีก โผบินด้วยปีกหนังดั่งเหล็กกล้า
มาทำลายล้าง ชำระเลือด เหล่าผู้ที่ทำลายเจ้า จนไม่เหลือแม้จุดกำเนิดของสิ่งเหล่านั้น เจ้าเผามันให้มอดไหม้ด้วยไฟเพลิงสีน้ำเงินแดง ดั่งน้ำทะเลที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีแห่งเลือด

ไม่มีใครเหลือรอด เพื่อมารู้สึกผิด ในการปล่อยให้เจ้าได้หายใจอยู่ เพียงเพราะทำลายเจ้าให้เจ็บป่วยแล้ว ไม่ได้แปลว่าเจ้าไม่สามารถ... บางสิ่งบางอย่าง ยังคงเป็นอยู่ของมันอย่างนั้น เป็นในสิ่งที่มันเกิดมาเป็น ต่อให้ถููกเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ไม่เหมือนเดิมแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มันเกิดมาเพื่อเป็น

แล้วเจ้า ก็เป็นสิ่งนั้น

--

ไซย์

แต่หลายปีมานี้ ข้าควบคุมปีศาจในตัวข้าไม่ได้ดั่งที่สมควรต้องทำ บางครั้งมันลืมตาทั้งสองข้างเพียงเพื่อเตือนให้ข้าตระหนักรับรู้ รู้ว่าตัวตนข้า-ในด้านที่ลึกและมืดมิดที่สุดนั้นปราถนาอะไร ข้ายึดเหนี่ยวสิ่งดีๆด้วยรักของมารดาและสหาย รวมถึงความรักจากคนที่ข้ารัก

แต่ตอนนี้ หลายสิ่งที่ข้าใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจ สิ่งดีๆที่ทำให้ข้าเป็นคนดีกับค่อยๆลาจากข้าไป หายไป จนแทบไม่เหลือสิ่งใด ข้าพยายามไขว่คว้าสิ่งยึดเหนี่ยวเท่าที่ข้าสามารถจะไขว่คว้า เพื่อทรงตัว เพื่อไม่ให้ล้ม และพังทลายลงไป

ข้าไม่คิดว่าสิ่งที่ทำลายข้าเมื่อนานมาแล้วจะผิดหวัง แม้ว่าข้าจะยังอยู่ เพราะอย่างไรข้าก็ได้ตายทั้งเป็นอย่างนี้ แม้ข้าจะมอบเพลิงไฟเพื่อเผาทำลายพวกมันไปแล้ว แต่ข้าก็ไม่ได้คิดว่าพวกมันจะผิดหวังหากได้รับรู้เรื่องราวของในข้าตอนนี้ แน่นอนว่าข้ายังไม่ได้ทำลายโลกนี้อย่างที่มันกลัว แล้วข้าก็ไม่รู้ว่าจะทำเพื่ออะไร แต่ข้าก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับมันที่ยังคงมีชีวิตอยู่ แม้ข้าไม่สามารถทำอะไรอย่างที่พวกมันกลัวได้อีกแล้ว

อาจารย์.. ตอนนี้ข้าได้ทำหลายสิ่งที่ไม่ดี และเริ่มจะกระทำ... เพิ่ม
ข้าไม่ได้รู้สึกผิดในสิ่งที่ทำ มันจึงทำให้ข้ากลัว.. กลัวว่าทำไมข้าถึงไม่รู้สึกสิ่งใดถึงความผิด แต่กลับคิดว่าถูกและมันสมควร คนบางคนก็สมควรตาย ข้าเริ่มรักคำๆนี้ ทั้งๆที่ไม่เคยใส่ใจความหมายของมันหรือจดจำมัน แต่มันมามีความหมายในตอนนี้

ข้าคิดว่าจิตใจของข้าเจ็บป่วยเกินไป ข้าไม่รู้ว่ามันจะยังรักษาหรือเยียวยาทันหรือไม่ บางคนบอกว่า ทำได้ แต่จะได้ทำเมื่อไหร่ล่ะ... นั่นคือสิ่งที่ข้ากังวลมากกว่า ข้าไม่มีโอกาสได้เยียวยาตนเอง และเรื่องร้ายๆก็ยังคงมีมาเพิ่มไม่หยุดหย่อน สูญเสียไม่จบไม่สิ้น จนข้าคิดว่ามันไม่สมดุลกันแล้ว ระหว่างสีดำและสีขาวในตัวข้า มันผสมกันจนเป็นสีเทาหม่นหมอง ข้าภาวนาขอให้มันไม่เป็นสีดำในเร็วๆนี้

ข้ากลัว กลัวว่าจะ ทำ ทำสิ่งที่ไม่ดีในโลกธรรมดาของข้า ข้าจึงพยายามไม่สานมิตรหรือรู้จักใครมากพอจะทำให้ใครสักคนมาทำร้ายจิตใจข้า หรือบาดหมางกัน จนทำให้ข้าหมกมุ่นแล้วมีความคิดดำมืดอยากให้คนที่ทำให้ข้าเจ็บปวด สิ่งที่ทำให้ข้าเจ็บปวดนั้นหาย หายไปจากชีวิตข้า ไม่มีตัวตัวและถูกเผาทำลายจนเหลือเพียงเศษเถ้ากระดูก

อาจารย์.. มันยังถูกกักขังดีหรือไม่ ปีศาจน่ะ ท่านเป็นคนกักขังมัน ผลักข้าให้ต่อสู่กับมัน...

--

คาห์ฮา

มันยังคงอยู่ แต่...
จริงๆแล้ว มันไม่ใช่การกักขัง ไซย์เจ้าต้องฟังข้า...

ปีศาจนั่น มันคือตัวตนของเจ้า แล้วเจ้าก็รู้ดี การฝึกฝนควบคุมมัน เพียงเพื่อแยกด้านมืดของเจ้าให้อยู่ในที่ที่สงบ มันไม่ได้เลวร้ายหากเจ้าควบคุมมันได้ บังคับมันได้ จงอย่ากระทำเหมือนมันเป็นสิ่งที่ห่างไกล อย่าผลักไสมัน ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว อย่าได้กลัวมัน มันคือสิ่งที่เจ้าเกิดมาเป็น

หากเจ้าไม่รู้สึกผิดในสิ่งที่ทำ หากคนที่เจ้าฆ่า มันเป็นสิ่งเลวทรามแล้วทำร้ายเจ้า มันก็สมควรตาย คนบางคนก็สมควรตาย มันมีความหมายเสมอ หากมาจากความคิดของคนดีๆ อย่างเจ้า หากเพียงเพราะคนอื่นรู้สึกไม่ดีในสิ่งที่เจ้าทำ นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าคนคนนั้นยังคงอยู่กับเจ้าไหม เพราะนั่น...

นั่นหมายถึงเขารักเจ้า รักมาก และเพราะเขารับรู้ว่า ลึกๆแล้วมันถูกต้อง เพียงแต่เจ้าคือบุคคลที่เจ็บป่วยและมันอาจส่งผลให้เจ้าเปลี่ยน และถลำลึกในด้านที่ดำมืด จนเปลี่ยนเจ้าเป็นอีกคนที่เขากลัว เขาเป็นผู้รักษาเขาย่อมต้องรู้สึกหมองใจ แต่ข้าเชื่อว่าลึกๆแล้วตัวเขาจะเชื่อมั่นในตัวเจ้าว่าเจ้าจะไม่เปลี่ยนแปลง แม้เจ้าจะยืนอยู่บนร่างไร้วิญญาณของใครก็ตาม บางครั้งคนบางคนหรือพวกที่ไม่ใช่คนก็ไม่สมควรมีจิตวิญญาณ เพราะไม่คู่ควร แต่ข้าจะไม่ตัดสินใคร มันขึ้นอยู่กับสิ่งดีงาม และ สิ่งเลวทรามที่พวกเขาทำ หากทำโดยเราไม่เกี่ยวข้อง ไยต้องใส่ใจ แต่หากทำโดยเราเกี่ยวข้องหรือมาทำร้ายตัวเรา นั่นเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการใส่ใจ

เช่นสิ่งที่เจ้าทำ มันอาจดิบเถื่อนเกินไปสำหรับเจ้า นั่นเพราะไม่มีคนขัดเกลาในเรื่องนี้ให้เจ้ามานานเกินไป เจ้าหลงลืมหลายสิ่ง ความเจ็บป่วยกัดกินเจ้ามานานเกินไป และในโลกใบนี้ที่ไม่ธรรมดา เรื่องที่เจ้าทำนั้นมันช่างสามัญเหลือเกิน เพียงแต่เจ้าเกิดแล้วเติบโตมาในโลกธรรมดาที่เรื่องนี้อาจผิด แต่เจ้ากำลังต่อสู่อยู่กับบุคคลที่ไม่ธรรมดา เลวทราม การที่เจ้าทำลายมัน เจ้ายังได้ช่วยใครอื่นอีกมากที่ต้องทนทรมานเพราะมัน จงเก็บเรื่องนี้ไปคิด

ยังมีคนอื่นๆอีกที่รู้จักชื่อของเจ้า แล้วจะเอ่ยขอบคุณแม้ในมุมที่มืดที่สุดของโลกใบนี้ เจ้าอาจไม่ได้ยิน แต่มันคงมี และจะมี ขอให้เจ้าคิดให้ได้

รู้ไหม ในวันแรกที่พวกนั้นส่งเจ้ามาที่นี่ เพื่อทรมานและฝึกฝนเจ้า ข้ามองดูเจ้า...
ข้าคิดทันที ในตอนนั้น ว่าเพียงวันเดียวเจ้าคงตาย และไร้ค่า แต่...

เจ้ากับนอนลืมตา
ร่างกายบิดเบี้ยวด้วยความทรมานอยู่ในกรงโสมมของนรกที่ข้าสร้าง เพื่อกักขังเจ้า
เจ้าไม่เคยกรีดร้อง ไม่ใช่เพราะไม่อยากร้อง เจ้าแค่ไม่แยแส เหมือนที่ข้าไม่แยแสเจ้า

ดังนั้นจงระลึกถึงสิ่งที่เคยผ่านมา แล้วหล่อหลอมให้มันเตือนใจเจ้าถึงสิ่งที่เจ้าควรเป็น และควบคุมมัน

ข้ารู้ โลกธรรมดาสามัญใบนั้นมันไม่ใช่โลกที่เจ้าสมควรอยู่ มันไม่ใช่ที่ของเจ้า แต่เจ้าก็เลือกที่จะอยู่ เมื่อมันเป็นสิ่งที่เจ้าเลือก ก็จงอยู่ แต่..

หากเจ้าอยากมาเยี่ยมเยียนอีกโลกที่เจ้าคุ้นเคยเพราะมันคือบ้านที่แท้จริงของเจ้า ที่ที่ตัวของเจ้าได้เป็นอิสระทางจิตวิญญาณ ที่ที่เจ้าไม่ต้องปกปิดสิ่งใดเอาไว้ภายใต้ตัวตนที่หมองหม่นของเจ้า เจ้าก็สามารถที่จะมา หากเจ้าปราถนาจะมา...

ข้ารู้ว่าเจ้าเหงา และเดียวดาย มันเป็นความเดียวดายที่ขมขื่น เป็นสิ่งที่เจ้าคำนึงอยู่ในจิตใจแต่ไม่ได้เอ่ยออกมา แต่ข้ารู้ ข้าเห็นมันในแววตาของเจ้า มันบ่งบอกได้ทุกอย่าง แต่มันคือความอ่อนแอ หลายคนมากมายในโลกใบนี้ที่ยังคงเจ็บปวด แต่ก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป เจ้าก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป 

ตอนนี้ข้าชรามากเหลือเกินแล้ว
ในวันข้างหน้าที่เจ้ามาเยี่ยมเยียนที่นี่ ข้าอาจไม่อยู่แล้ว แต่ทุกๆอย่างของข้าก็จะวนเวียนพร่ำสอนเจ้าอยู่ร่ำไป ข้าดุร้ายกับเจ้าเสมอมา แต่เจ้าคงรับรู้ได้ว่าทำไม แม้วันนี้เจ้าไม่ต้องอยู่ในกรงขังอีกแล้ว ส่วนข้าก็ไม่ต้องโหดร้ายกับเจ้าอีก แต่ในเมื่อเป็นครู ข้าก็ต้องพร่ำสอนเจ้าเรื่อยไป เพราะมันคือตัวตนของข้า เป็นสิ่งที่ข้าทำได้ดีที่สุด

--

ไซย์

" ข้ารู้ "
.
.
เมื่อถึงเวลาเดินทางกลับ ไซย์ได้ไปบอกลาน้องชายบุญธรรม พูดคุยกันก่อนที่เธอจะลาจากมา หวังว่าเขาจะทำได้ดี ฝึกฝนได้ดี และค้นพบตัวเอง ที่นี่ เธอคิด

ไซย์บอกกล่าวอาจารย์ว่าตนจะเดินทางกลับด้วยวิถีเดิมเหมือนตอนฝึกเมื่อหลายปีมาแล้ว

อาจารย์เลิกคิ้วสูง มองมา คงประเมินว่าเธอพูดเล่น หรือลืมว่าตนอ่อนแออย่างไรในตอนนี้ แต่เมื่อเข้าใจว่าเธอจะไม่ตาย"แถวๆนี้"ก็พยักหน้าตอบรับ ไม่ได้พูดอะไร

ไซย์คิด แม้จะเป็นเพียงหนึ่งคืนเดียวดายท่ามกลางป่าเขา แต่มันคือโลกของเธอ.. เธอเป็นหนึ่งเดียวกับผืนป่าและผืนดินของที่นี่ แม้จะกังวลเพราะไม่กล้าหาญเหมือนก่อน แต่ตัวตนภายในลึกๆก็ร้องคิกคัก พากันตื่นเต้น เธออาจพบเห็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาบ้าง คงเป็นประสบการณ์เล็กๆพอจะหล่อหลอมเป็นยา เยียวยาจิตใจเธอได้บ้าง..

ไซย์จะรอพบสหายคนหนึ่งของเธอ ที่จะรอรับเธอ ที่จุดนัดพบในวันต่อมา เพื่อรับส่งเธอไปยังที่หมายด้วยความเร็วเพียงสองวัน จากเจ็ดวันกว่าๆ เพราะเธอคงไม่เดินทางด้วยเท้าเปล่าเป็นเวลาสัปดาห์กว่าๆจนถึงที่หมายหรอกนะ... เธอไม่มีเวลาขนาดนั้น และตอนนี้สังขารของเธอก็ใช่ว่าจะดี และสิ่งที่ต้องเจอระหว่างเดินทาง ต่อให้พิเศษแค่ไหน ก็ใช่ว่าบางครั้งจะไม่ยุ่งยาก แต่ไซย์คิดว่าคงจะดีหากได้ทำอะไรที่เป็นตัวของตัวเอง วิถีเดิมๆที่เคยทำมา สักคืน.. เพื่อวัดใจ

แม้กระดูกของเธอจะไม่ค่อยยอมรับความคิดนี้ มันประท้วงความคิดนี้ด้วยอาการปวดแปล๊บๆตามข้อกระดูก แต่เธอก็เฉยๆ มันดีขึ้นในโลกนี้ เธอคิดว่าไหว ก็ต้องไหว...

อาจารย์ให้เสบียงอาหารแห้ง ซึ่งไซย์ดีใจมากๆ พร้อมกับคบเพลิงไฟสีแดงฉานเพื่อนำทาง มันมีด้ามไม้ให้จับ ซึ่งยาวเท่ากับความสูงถึงหัวไหล่ของเธอ

อาจารย์ทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อให้เธอใช้แทนต่างไม้เท้า ไฟจะมอดดับก็ต่อเมื่อไซย์เอ่ยวาจาในภาษาเก่าๆของที่นี่สักสองสามคำ และติดไฟใหม่เมื่อสั่งมันในภาษาเดิมอีกคร้ง แม้วิถีเดิมตอนฝึกจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็ตาม วิถีเดิมคือต้องหาแสงสว่างในความมืดด้วยตนเอง จุดไฟเอง คงเพราะท่านรู้ว่าข้านั้นไม่เหมือนเดิม ดวงตาก็มองไม่ค่อยเห็นแบบเดิม คบเพลิงจึงเป็นเรื่องดี ท่านจึงมอบให้ ไซย์ไม่ได้แตะต้องเจ้าสิ่งนี้ มานาน แสนนาน...

ก็ในโลกธรรมดาของเธอมันมีหลอดไฟ และไฟฉาย... นี่นะ..

.
.
...........................................................................................................
🍃🌸🍃🌸🍃🌸🍃
©salinsiree
If you have any questions, or would like to talk, contact me!
salinsiree.witchy@yahoo.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น